
ไม่ใช่มนุษย์เท่านั้นที่สามารถเรียนรู้และเข้าใจได้หลายภาษา สุนัขเป็นสัตว์ชนิดแรกที่ผ่านการพิสูจน์ว่าสามารถแยกแยะภาษาต่างๆ ของมนุษย์ได้ การศึกษาในประเทศฮังการีค้นพบว่า สุนัขมีความเป็นเลิศด้านการฟังภาษาของมนุษย์ โดยมันจะเข้าใจบริบทของภาษาที่ได้รับการฝึกสอน หากมันโยกย้ายถิ่นฐานไปยังที่อื่นที่ใช้ภาษาแตกต่างออกไป มันก็จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่และเข้าใจภาษาที่แตกต่างจากเดิมได้
ดร. ลอรา คิวญา (Laura Cuaya) นักประสาทวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเอิตเวิช โลรานด์ ย้ายจากประเทศเม็กซิโกมาอยู่ประเทศฮังการีโดยพาสุนัขของเธอมาด้วย เธอสังเกตว่า เวลาที่ผู้คนที่บูดาเปสต์เล่นและทักทายสุนัขของเธอ มันจะชอบและให้ความสนใจกับสภาพแวดล้อมใหม่ ทำให้เธอสงสัยว่าสุนัขของเธอจะรู้หรือไม่ว่าคนบูดาเปสต์พูดภาษาอื่นที่แตกต่างกันออกไป เธอจึงศึกษาเกี่ยวกับการตอบสนองต่อภาษาต่าง ๆของสุนัข โดยการสแกนสมองของมันด้วย MRI และพบว่าสมองของสุนัขสามารถแยกแยะระหว่างภาษาที่มันคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยได้
เพื่อจะดูว่าสุนัขมีความสามารถโดยธรรมชาติในการแยกความแตกต่างระหว่างภาษาที่มนุษย์พูดได้หรือไม่ ดร. ลอรา คิวญาจึงทำการทดลองกับกลุ่มสุนัขเลี้ยงหลายพันธุ์ ที่มีอายุตั้งแต่ ๓-๑๑ ปี ทั้งหมด ๑๘ ตัว แบ่งเป็นพันธุ์โกลเดนรีทรีฟเวอร์ ๕ ตัว บอร์เดอร์ คอลลี่ ๖ ตัว ออสเตรเลียน เชพเพิร์ด ๒ ตัว ลาบราดูเดิ้ล ๑ ตัว ค็อกเกอร์ สแปเนียล ๑ ตัว และพันธุ์ทางอีก ๓ ตัว โดยสุนัขทั้งหมดนี้ได้รับการเลี้ยงดูด้วยภาษาฮังการี ๑๖ ตัวและภาษาสเปน ๒ ตัว ในการทดลอง สุนัขที่ผ่านการฝึกให้อยู่นิ่งระหว่างเข้าเครื่องสแกน MRI จะได้ยินเสียง ๓ ชุด โดยเป็นเสียงอ่านนิทานเรื่อง "เจ้าชายน้อย" ในภาษาสเปนกับภาษาฮังการี และชุดเสียงของมนุษย์ที่ไม่ใช่คำพูดเลย ผลการสแกนสมองชี้ให้เห็นว่า สุนัขไม่เพียงสามารถแยกแยะระหว่างคำพูดกับเสียงที่ไม่ใช่คำพูดของมนุษย์ได้อย่างชัดเจนเท่านั้น แต่มันยังตอบสนองต่อภาษาที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยต่างกันออกไปอีกด้วย
การศึกษาอธิบายว่า การรับรู้ภาษามนุษย์ของสมองสุนัขมีการประมวลผลเป็นลำดับ ๒ ขั้นตอน กล่าวคือเปลือกสมองส่วนการได้ยินปฐมภูมิ หรือ primary auditory cortex ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการประมวลความหมายในคำพูด (semantics) จะแยกว่าเสียงนั้นเป็นคำพูดหรือไม่ก่อน จากนั้นเปลือกสมองการได้ยินทุติยภูมิ หรือ secondary auditory cortex จะแยกแยะความแตกต่างระหว่างภาษาที่คุ้นเคยและภาษาที่สุนัขไม่คุ้นเคยได้ ซึ่งเปลือกสมองส่วนการได้ยินทุติยภูมินั้นมีบทบาทสำคัญในการแปลเสียงและการวิเคราะห์เสียงที่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปล่งเสียงของสัตว์และมนุษย์ รวมถึงการจดจำการได้ยินเสียงต่างๆ ด้วย
นอกจากนี้ การศึกษายังพบว่า ในสุนัขที่มีอายุมาก เปลือกสมองส่วนการได้ยินทุติยภูมิจะทำงานดีกว่า ทำให้สามารถแยกแยะภาษาที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยได้ดีกว่าสุนัขที่อายุน้อย ซึ่งน่าจะมาจากประสบการณ์การเปิดรับภาษา เพราะสุนัขที่อายุมากกว่าย่อมมีโอกาสฟังภาษาของมนุษย์มานานกว่านั่นเอง นอกจากนั้น สุนัขยังไม่จำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนให้แยกแยะภาษาต่าง ๆของมนุษย์ สมองของสุนัขสามารถแยกความแตกต่างของภาษาได้โดยธรรมชาติ อาจเป็นเพราะสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงใกล้ชิดที่คุ้นเคยกับพฤติกรรมของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเชื่อว่าสุนัขไม่น่าจะเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างภาษาของมนุษย์ได้ สมองของสัตว์อื่นอีกหลายชนิดก็สามารถแยกแยะรูปแบบการได้ยินได้ดีมากเช่นกัน หากได้รับการฝึก สมองของสัตว์เหล่านั้นก็น่าจะสามารถจดจำรูปแบบการได้ยินเหล่านี้ได้ ถึงแม้ว่าสัตว์ชนิดอื่นอาจจะสามารถแยกแยะภาษาต่าง ๆของมนุษย์ได้ดีไม่แพ้สุนัข แต่สุนัขเป็นหนึ่งในสัตว์ไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่ตั้งใจสื่อสารกับมนุษย์ ก่อนหน้านี้ มีผลงานวิจัยที่พบว่าสุนัขสามารถบอกได้ว่าคนพูดโกหกหรือพูดความจริง แสดงให้เห็นว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่ฉลาดและใส่ใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ซึ่งรวมถึงการสมาคมกับมนุษย์ ดังนั้น อย่าแปลกใจหากสุนัขของคุณจะรู้จักคุณมากกว่าที่คุณคิด