อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นอาคารสูง ๑๔ ชั้น ตั้งอยู่บนถนนกำแพงเพชร ๖ เขตหลักสี่ ให้บริการด้านการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง ภายใต้การดูแลรักษาร่วมกันโดยแพทย์เฉพาะทางสหสาขาร่วมกันวางแผนการรักษาที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วยมะเร็งแต่ละรายให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งก่อนการรักษา ระหว่างการรักษาและหลังการรักษา การดูแลแบบประคับประคองด้วยการแพทย์แบบองค์รวมที่มุ่งปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว สนองพระปณิธานในการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งให้สามารถเข้าถึงการรักษามะเร็งที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
อาคารศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ

อาคารศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ก่อตั้งขึ้นจากพระปณิธาน และพระวิสัยทัศน์ใน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ ด้วยทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการวางรากฐานการดำเนินงานด้านการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีสร้างภาพวินิจฉัยในระดับโมเลกุลทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ที่นับเป็นการยกระดับความก้าวหน้าไปอีกขั้นในวงการวิทยาศาสตร์และการแพทย์ไทยในช่วงเวลานั้น โดยมุ่งหวังที่จะให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงเป็นสถานที่วิจัยทางด้านวิชาการเพื่อหาองค์ความรู้ใหม่ทางด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ อาคารศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ตั้งอยู่บนถนนกำแพงเพชร ๖ เขตหลักสี่ ประกอบด้วย ๒ อาคาร โดยอาคารแห่งแรกเป็นพื้นที่สำหรับให้บริการตรวจวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพสูงด้วยเครื่องดิจิทัลเพทซีทีและเพทเอ็มอาร์ไอ เพิ่มศักยภาพการเข้าถึงบริการตรวจวินิจฉัยและรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยแก่ประชาชน
อาคารศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติส่วนต่อขยาย

อาคารศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติส่วนต่อขยาย ออกแบบเพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับงานผลิตสารเภสัชรังสีซึ่งต่อเติมมาจากอาคารศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติเดิม โดยแบบแปลนการก่อสร้างได้รับการอนุมัติจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้เป็นสถานที่การผลิตยา มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด ๒ ชั้น ประกอบด้วย พื้นที่ชั้น ๑ เป็นส่วนปฏิบัติการผลิตสารเภสัชรังสี ซึ่งติดตั้งเครื่องไซโคลตรอน พร้อมระบบควบคุมเครื่อง และเครื่องมือวิเคราะห์ที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพ ชั้น 2 เป็นพื้นที่ติดตั้งเครื่องมือของระบบสนับสนุนการผลิตต่างๆ เช่น ระบบปรับและระบายอากาศของห้องสะอาด เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง เป็นต้น
ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ บูรณาการนวัตกรรมด้านภาพวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีการตรวจและรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์แบบครบวงจร เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โรคทางระบบประสาทและสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยนำเทคโนโลยีวิทยาการขั้นสูงไปใช้ให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่าอย่างสูงสุดแก่คนไทย ทั้งยังเป็นสถานที่วิจัยและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านภาพวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ในประเทศไทย
อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด ๔๐๐ เตียง เป็นอาคารสูง ๑๒ ชั้น ตั้งอยู่ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ บนถนนแจ้งวัฒนะ ซอย ๕ สถาบันการแพทย์ระดับตติยภูมิขนาดใหญ่ บูรณาการศูนย์การรักษาเฉพาะทางเพื่อการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างครบวงจร เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุมการรักษาทุกโรคให้กับประชาชนด้วยวิทยาการแพทย์ขั้นสูงและเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมทั้งเป็นสถานที่ฝึกเรียนรู้ทางคลินิกสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขาวิชา ณ ปัจจุบันมีศูนย์การรักษาที่เปิดให้บริการ ประกอบด้วย หัวใจและหลอดเลือด ออร์โธปิดิกส์ ภาพวินิจฉัยและรังสีร่วมรักษา เวชศาสตร์ฟื้นฟู ฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอด และหลอดเลือด อายุรกรรม เบาหวานและโรคเมตาบอลิก ทางเดินอาหารและตับ ศัลยกรรม สมองและระบบประสาท กุมารเวชกรรม สุขภาพสตรี ตรวจสุขภาพ ผิวหนังและเลเซอร์ การแพทย์บูรณาการ อุบัติเหตุและฉุกเฉิน เป็นต้น
อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน

อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน อาคารสำหรับจัดการเรียนการสอน เพื่อสร้างแพทยศาสตรบัณฑิตที่เป็นผู้นำและนักวิจัยทางวิชาชีพด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการแพทย์ การสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ตามพันธกิจการดำเนินงานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีห้องสมุดรวมทั้งได้มีการจัดสร้างหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
อาคารวิจัยและการเรียนรู้ เฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา

อาคารวิจัยและการเรียนรู้ เฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดสร้างขึ้นในโครงการเฉลิมพระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชันษาครบ ๕ รอบ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อสนองพระปณิธานและสนับสนุนการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์และพันธกิจสำคัญในการเป็นศูนย์รวมการวิจัย สร้างองค์ความรู้ และสร้างนวัตกรรมที่มุ่งเป้าตามแนวทางของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง ๑๐ ชั้น พร้อมพื้นที่จอดรถใต้ดิน ๓ ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ ๗๙,๓๐๐ ตารางเมตร ภายในอาคารได้กำหนดการแบ่งพื้นที่ใช้สอยให้กับหน่วยงานของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนด้านการศึกษา วิชาการ วิจัย และนวัตกรรมให้กับส่วนงานต่าง ๆ ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกอบไปด้วย ส่วนของการวิจัยพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ สำนักบริหารวิจัยและนวัตกรรม ห้องปฏิบัติการและเครื่องมือกลางเพื่อสนับสนุนการวิจัย สถานพัฒนางานวิจัยขั้นแนวหน้า เป็นต้น และส่วนของการศึกษาพัฒนาการเรียนรู้ ได้แก่ สำนักงานของสำนักบริหารการศึกษาและบริการวิชาการ ห้องปฏิบัติการและห้องเรียนของนักศึกษา พื้นที่การเรียนรู้ร่วมกัน ห้องสมุดราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ห้องนันทนาการ นอกจากนี้ ยังจัดสรรพื้นที่ให้กับส่วนงานของคณะที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตามพระปณิธาน ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์
อาคารสำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
ตั้งอยู่ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ บนถนนแจ้งวัฒนะ ซอย ๗ แบ่งออกเป็น ๒ อาคาร ประกอบด้วย

อาคารสำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ อาคารบริหาร ๑
อาคารสำหรับจัดการเรียนการสอนและสำนักงานของคณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มุ่งผลิตพยาบาลที่มีจิตวิญญาณของนักวิชาชีพที่มีความรู้รอบ มีจิตบริการ เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง จัดการศึกษาโดยยึดมั่นในพระปณิธานขององค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่มุ่งมั่น “ให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน” ด้วยการให้บริการที่ “เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต” โดยมุ่งสู่การเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำในระดับชาติและนานาชาติ สามารถผลิตบุคลากรสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ ที่มีคุณภาพมาตรฐานในระดับสากล และเป็นศูนย์การศึกษาต่อเนื่องในสาขาพยาบาลศาสตร์และด้านสุขภาพของประเทศ มีผลงานที่สามารถชี้นำสังคมในด้านสุขภาพ
อาคารสำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ อาคารบริหาร ๒
อาคารสำนักงานของหน่วยงานฝ่ายสนับสนุนในสังกัดส่วนงานสำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการกิจการทั่วไป จัดทำนโยบายและแผนงานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตลอดจนประสานงานกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการสนับสนุนกิจการของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และดำเนินการตามที่เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์หรือสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มอบหมาย รวมทั้งเป็นอาคารสำนักงานและจัดการเรียนการสอนของคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ มุ่งเน้นการสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ขาดแคลน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศและช่วยดูแลส่งเสริมสุขภาพของคนไทย ด้วยผู้เชี่ยวชาญให้ครอบคลุม โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกล

อาคารโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ

อาคารโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ตั้งอยู่ ณ พระตําหนักพิมานมาศ อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งแห่งแรกของประเทศไทย ที่ผ่านการตรวจตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตยา (GMDP) โดยเชื่อมโยงความรู้ และประสานความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการผลิตยากับนานาชาติ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถผลิตยาประสิทธิภาพสูงสำหรับรักษาโรคมะเร็งได้ด้วยตนเอง นอกจากนั้น โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ยังมีศักยภาพด้านการวิจัยทางเภสัชกรรม อาทิ การพัฒนาตำรับการตรวจวิเคราะห์ชั้นสูง การผลิตยาเพื่อการศึกษาระดับคลินิก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการต่อยอดงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการวิจัยและพัฒนาการรักษามะเร็งของประเทศไทยให้ต่อเนื่องสมบูรณ์
หอศิลป์ทิพย์พิมาน

หอศิลป์ทิพย์พิมาน ตั้งอยู่ ณ ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สถานที่รวบรวมและจัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่ผลงานเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพทางศิลปะด้านทัศนศิลป์ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ดนตรี และการออกแบบ ของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านศิลปะอันมีเอกลักษณ์เฉพาะและเป็นที่ประจักษ์ชัดแก่พสกนิกรชาวไทย ในวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ กระทรวงวัฒนธรรม โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ถวายพระสมัญญา “สิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๗ สาขาทัศนศิลป์ แด่ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และประกาศยกย่องเชิดชูให้เป็นผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติ อันเนื่องจากพระปรีชาสามารถและพระกรณียกิจอันทรงคุณูปการด้านทัศนศิลป์ จิตรกรรม เป็นที่ประจักษ์ในวงวิชาการศิลปะ อีกทั้งยังทรงมีบทบาทสำคัญ ในการธำรงอัตลักษณ์ของชาติอย่างสง่างาม นับเป็นพระกรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้