หอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตั้งอยู่ ณ ชั้น ๑ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจที่สำคัญทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุขของพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และราชสกุลมหิดล ที่ทรงมีคุณูปการต่อปวงชนชาวไทยในการวางรากฐานด้านการศึกษา การพัฒนาการแพทย์แผนปัจจุบัน การสาธารณสุขไทย เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์แก่บุคลากร นักศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในการสืบสานรักษาดำเนินตามรอยพระยุคลบาทในการบำเพ็ญตนมุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชนให้มีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนเป็นแรงบันดาลใจในการส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้และส่งเสริมการสร้างสุขภาวะที่ดีแก่ประชาชนด้วยวิทยาการขั้นสูงนวัตกรรมและความเป็นเลิศ ตามวิสัยทัศน์พันธกิจของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
นิทรรศการเทิดพระเกียรติในโครงการหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดแสดงภายใต้แนวคิด Healthcare Journey during the Chakri Dynasty เพื่อเผยแพร่ความสำคัญของพระบรมราชจักรีวงศ์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข พระราชปณิธานของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงมุ่งหวังให้ปวงชนชาวไทยมีพื้นฐานการแพทย์การสาธารณสุขที่ดีตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ สู่รัชกาลปัจจุบัน อันเป็นที่ประจักษ์ชัดแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า การสืบสานพระราชภารกิจในการดูแลทุกข์สุขของพสกนิกรด้านการแพทย์การสาธารณสุข ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ยังผลให้ประชาราษฎร์มีสุขภาพอนามัยที่ดี และ “ราชสกุลมหิดล” สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อทรงวางรากฐานด้านการแพทย์และการสาธารณสุข จนได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” และ “พระมารดาแห่งการแพทย์ชนบท” จวบจนรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองสิริราชสมบัติในฐานะประมุขแห่งรัฐเป็นเวลายาวนานที่สุดในโลก มีพระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัย วิทยาศาสตร์ การแพทย์ การสาธารณสุข การพัฒนาคุณภาพชีวิตพสกนิกรไทย อย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ประจักษ์ตลอดระยะเวลาแห่งการทรงครองสิริราชสมบัติ และการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานด้านการแพทย์และการสาธารณสุขไทย โดยสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมและสนับสนุนโดยใช้องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการแพทย์ไทยให้ก้าวไกลจนถึงระดับสากล
.jpg)
หอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกอบด้วย ๒ ชั้น ภายในแบ่งพื้นที่การจัดแสดงนิทรรศการออกเป็น ๕ โซน ดังนี้
๑. ต้นธารอภิบาลถิ่น การแพทย์และสาธารณสุขไทยใต้ร่มพระบารมีบรมราชจักรีวงศ์
๒. กระแสสินธุ์แห่งรัก ราชสกุล “มหิดล” รากฐานสร้างการแพทย์และการสาธารณสุขไทยให้ทัดเทียมสากล
๓. หยาดน้ำแห่งพระราชหฤทัย จากฟ้าสู่ผืนดินด้วยศาสตร์ “พระราชา” สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
๔. สายธารค้ำชูหมู่ชน เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ สิริศิลป์ศรีจักรี “จุฬาภรณ์”
๕. ผลแห่งน้ำพระทัย สายพระเนตรกว้างไกล พระดำริจัดตั้ง“ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์”สู่ความยั่งยืน
เนื่องในโอกาสที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในการประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ณ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โอกาสนี้ เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการภายในหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

การออกแบบทางเข้าสู่หอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้จำลองซุ้มประตูวิเศษไชยศรี ซึ่งเป็นประตูทางเข้าออกพระบรมมหาราชวังที่สำคัญที่สุด โดยเป็นประตูชั้นนอกพระบรมมหาราชวังด้านทิศเหนือ สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๑ เป็นประตูที่เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระมหามณเฑียร ปัจจุบันประตูวิเศษไชยศรีเป็นประตูทางเข้าออกพระบรมมหาราชวังที่สำคัญที่สุด ทั้งนี้ เพื่อจำลองให้ผู้เข้าชมได้มีความรู้สึกเสมือนได้เดินเข้าสู่ภายในอาณาบริเวณใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ในราชจักรีวงศ์

โดยส่วนแรกจะแนะนำผู้ชมได้เรียนรู้ถึงต้นธารอภิบาลถิ่น การแพทย์และสาธารณสุขไทยใต้ร่มพระบารมีบรมราชจักรีวงศ์ ผ่านจอ LED ขนาดใหญ่ที่นำเสนอภาพหลักฐานทางประวัติศาสตร์ การพัฒนาการแพทย์และสาธารณสุขไทยในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ นำเสนอพระราชกรณียกิจและเหตุการณ์ที่สำคัญทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุขของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลปัจจุบัน พระราชดำริในการดูแลทุกข์สุขของพสกนิกรด้านการแพทย์การสาธารณสุข ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ยังผลให้อาณาประชาราษฎร์มีสุขภาพอนามัยที่ดี
ในส่วนของห้องที่สอง กระแสสินธุ์แห่งรัก ราชสกุล “มหิดล” รากฐานสร้างการแพทย์และการสาธารณสุขไทยให้ทัดเทียมสากล จัดแสดงเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพ พระปรีชาสามารถทั้งเชิงศาสตร์และศิลป์ พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต การแพทย์ การพยาบาล และการสาธารณสุขของประเทศไทย
การออกแบบพื้นที่ในโซนนี้มีแนวคิดสื่อถึงห้องทรงงานส่วนพระองค์ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โดยรวบรวมวัตถุจัดแสดงและสื่อมัลติมีเดียนำเสนอผ่านจอ LED ถึงพระประวัติทางด้านการศึกษา พร้อมทั้งรวบรวมผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์ พระอัจฉริยภาพด้านศิลปะระหว่างเสด็จไปศึกษาต่อที่ยุโรปและพระราชประวัติในช่วงที่เสด็จไปศึกษาต่อทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุขที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา การออกแบบพื้นที่ได้นำเอาโทนสีเฟอร์นิเจอร์ในยุคสมัยก่อนเข้ามาตัดกับโทนสีขาวให้ดูมีความร่วมสมัย เพื่อให้ผู้ชมในยุคสมัยปัจจุบันได้มองกลับไปเห็นถึงในยุคสมัยที่พระองค์ได้ทรงงานด้านการแพทย์และการสาธารณสุขเพื่อประชาชน พร้อมทั้งเรียนรู้พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา การแพทย์ การสาธารณสุข ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการสืบสานพระราชปณิธานในการดำเนินงานของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทางด้านการศึกษา การแพทย์และการสาธารณสุข พระดำริในการจัดสร้างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนต่อขยายขนาด ๔๐๐ เตียง และการจัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาสร้างแพทยศาสตรบัณฑิตที่เป็นผู้นำและนักวิจัยทางวิชาชีพด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการแพทย์ การสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และการจัดแสดงประติมากรรมต้นแบบ พระบรมรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และประติมากรรมต้นแบบ พระรูปหล่อสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งทรงมีพระวินิจฉัยเลือกพระบรมฉายาลักษณ์ทั้งสององค์ เป็นภาพถ่ายแบบสองมิติ พระราชทานให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำมาจัดสร้างเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์และพระราชานุสาวรีย์ ภายในโครงการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนต่อขยายเพิ่มเติมการให้บริการทางการแพทย์ ขนาด ๔๐๐ เตียง เป็นผลงานประติมากรรมแบบสามมิติสองชิ้นงาน ด้วยมีพระประสงค์ส่งต่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์ผ่านงานศิลปะ สื่อสัญลักษณ์ความหมายอันเป็นมิ่งมหามงคล เป็นขวัญและกำลังใจพร้อมกับการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าอย่างหาที่สุดมิได้
นิทรรศการในโซน หยาดน้ำแห่งพระราชหฤทัย จากฟ้าสู่ผืนดินด้วยศาสตร์ “พระราชา” สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยจำลองวัตถุจัดแสดงของใช้ส่วนพระองค์ในการทรงงานและผลงานทรัพย์สินทางปัญญาในพระปรมาภิไธยในฐานะที่ทรงเป็นพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย อันแสดงถึงพระปรีชาสามารถในการศึกษา ค้นคว้า และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก ที่ได้รับการถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร ทรงเป็นแบบอย่างในการเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น สร้างสรรค์ พัฒนาเทคโนโลยีของไทยขึ้นมาใช้เอง และพระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการแพทย์และการสาธารณสุข อันแสดงถึงพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพอนามัย โดยทรงมุ่งหวังให้ประชาชนชาวไทยได้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงในทุกถิ่นฐาน ในโซนนี้นำเสนอภาพพระราชกรณียกิจและจำลองวัตถุจัดแสดงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน พระปฐมบรมราชโองการ พระราชปณิธานอันแน่วแน่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน รวมถึงการประมวลภาพพระราชกรณียกิจเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ สะท้อนถึงพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล แสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างพระองค์กับราษฎรผ่านการเสด็จพระราชดำเนินไปในพื้นที่ต่าง ๆ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชโอรสและพระราชธิดาโดยเสด็จด้วย จึงทำให้ทุกพระองค์ทรงซึมซับและทอดพระเนตรเห็นความยากลำบากตลอดจนปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนด้วยพระองค์เอง ทรงเป็นต้นแบบและทรงเป็นแรงบันดาลพระทัยแก่พระราชโอรสและพระราชธิดาทุกพระองค์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตตลอดจนทรงวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ในส่วนของชั้น ๒ โซน สายธารค้ำชูหมู่ชน เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ สิริศิลป์ศรีจักรี “จุฬาภรณ์” จัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พระกรณียกิจที่ทรงดำเนินตามรอยพระยุคลบาทเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎร ถ่ายทอดพระปณิธานอันแน่วแน่ในการสร้างประโยชน์สุขเพื่อปวงประชาผ่านโครงการในพระดำริทั้งด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยนวัตกรรม การแพทย์ การสาธารณสุขเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแก่ปวงประชาชาวไทย และพระอัจฉริยภาพด้านทัศนศิลป์ โดยทรงมีแรงบันดาลพระทัยและสืบทอดพรสวรรค์ด้านศิลปะจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และห้องสุดท้ายนำเสนอ ผลแห่งน้ำพระทัย สายพระเนตรกว้างไกล พระดำริจัดตั้ง “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” สู่ความยั่งยืน จากพระปณิธานถึงการจัดตั้งหน่วยงานในพระดำริสู่การจัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สถาบันการศึกษาวิจัยและบริการทางการแพทย์ที่มีวิสัยทัศน์ในการนำวิทยาการขั้นสูงและนวัตกรรมไปใช้ในการดูแลคนไทยให้สามารถเข้าถึงสุขภาวะที่ดี เพื่อความเป็นเลิศในทุกชีวิต ผ่านการนำเสนอเนื้อหาด้วยเทคนิคการฉาย Projection Mapping