๒ ด้านของกัญชา

๒๙ ก.ค. ๒๕๖๕ | การดู ๑๕๕๒ ครั้ง

image widget

หลายคนอาจจะหวาดหวั่นกับการประกาศปลดล็อกกัญชากัญชงพ้นจากสถานะยาเสพติด ในขณะที่องค์การอนามัยโลกยังคงจัดพืชกัญชาเป็นสารเสพติดประเภทที่ ๑ คือมีโอกาสเสพติดได้ สามารถนำไปใช้ในทางที่ผิดและสาร Tetrahydrocannabinol หรือ THC ในกัญชาก็จัดเป็นสารเสพติดประเภทที่ ๑ ที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท การ “ปลดล็อก” กัญชากัญชงจึงยังคงเป็นที่ถกเถียงกันถึงผลกระทบที่เป็นโทษ และประโยชน์ทางการแพทย์และพืชเศรษฐกิจในอนาคต


กัญชามีสาร Cannabinoids ซึ่งเป็นสารเคมีที่ออกฤทธิ์คล้ายกับสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับความอยากอาหาร ความทรงจำ การเคลื่อนไหวและความเจ็บปวดต่าง ๆ ที่ร่างกายสร้างขึ้น การใช้กัญชาประกอบเป็นตัวยาในประเทศไทยมีมาหลายร้อยปีแล้ว ดังปรากฏในตำราพระโอสถพระนารายณ์และตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ซึ่งระบุสรรพคุณของกัญชาที่เป็นส่วนประกอบในตำรับยาไทยไว้ คือช่วยให้นอนหลับสบาย แก้ปวด เจริญอาหาร มีฤทธิ์ช่วยแก้อาการแข็งเกร็งจากอัมพฤกษ์อัมพาตและช่วยอาการโรคเบาหวาน เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีรายงานหลายชิ้นแสดงสรรพคุณทางการรักษาของกัญชา อาทิ ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัด แก้ปวดลดการอักเสบ ต้านปฏิกิริยา oxidation รักษาโรคลมชักในเด็กและมะเร็งบางชนิด รวมไปถึงช่วยบรรเทาโรคอัลไซเมอร์ โรคปลอกประสาทเสื่อม โรคลมบ้าหมู โรคจิตเภทและโรคเครียดหลังถูกทารุณกรรม (PTSD) อีกด้วย กัญชาจึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาที่ต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อจะใช้คุณประโยชน์จากกัญชาให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม “พิษ” ของกัญชาก็มีเช่นกันผู้ที่แพ้สารในกัญชาอาจมีอาการผิดปกติหลังเสพ เช่นหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ เป็นลมหมดสติ เจ็บหน้าอก เหงื่อแตก ตัวสั่น สับสน กระวนกระวาย วิตกกังวล หายใจไม่สะดวก   เดินเซ พูดไม่ชัด หูแว่ว เห็นภาพหลอน อารมณ์แปรปรวน เป็นต้น


ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ เป็นต้นไป ส่งผลให้ทุกส่วนของกัญชากัญชงไม่เป็นยาเสพติด ซึ่งหมายความว่าประชาชนสามารถปลูกทั้งเพื่อบริโภคเองและปลูกในเชิงพาณิชย์ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ยังคงมีข้อกำหนดกำกับไว้บางประการ อาทิ ต้องใช้เพื่อการแพทย์หรือการดูแลรักษาสุขภาพ ปริมาณ THC ของกัญชาที่ใช้ต้องไม่เกินร้อยละ ๐.๒ โดยน้ำหนัก ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ต้องได้รับอนุญาตจากกองควบคุมวัตถุเสพติดกัญชา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และการขายหรือจำหน่ายกัญชาส่วนของเมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธ์ุ หรือสารสกัดในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาต พ.ร.บ.พันธุ์พืช นอกจากนั้น การสูบกัญชาในที่สาธารณะอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายด้านสาธารณสุข หากเกิดปัญหาหรือเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน ๓ เดือนและ ปรับไม่เกิน ๒๕,๐๐๐ บาท  ประกาศดังกล่าวยังส่งผลให้ผู้ต้องขังและผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับกัญชาพ้นผิดและได้รับการปล่อยตัวทันที รวมไปถึงการยกเลิกการฟ้องคดี และถอนหมายจับที่เกี่ยวกับพืชกัญชาที่อยู่ในชั้นสอบสวนทั้งหมด หากไม่มีความผิดร่วมในข้อหาอื่น ๆ


ดังนั้น เพื่อควบคุมไม่ให้กัญชาส่งผลร้ายต่อสังคม การรับมือสถานะ “เสรี” ของกัญชากัญชง ทั้งแง่กฎหมาย ผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสนใจและร่วมมือกันแก้ไขป้องกัน รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของการเสพกัญชา กัญชง ตลอดจนพิจารณาขอบเขตของคำว่า “เสรี” อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในเชิงกฎหมายและสังคม เช่นการกำหนดอายุของผู้ซื้อและผู้บริโภค การกำหนดเวลาและสถานที่ในการจำหน่าย ตลอดจนกฎหมายเกี่ยวกับการสูบ เสพหรือบริโภคในที่สาธารณะ เช่นเดียวกับสารเสพติดชนิดอื่นอย่างสุราและบุหรี่ เนื่องจากการบริโภคกัญชามีผลต่อสมองของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นวัยที่สมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ และอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของสมองที่กำลังพัฒนา รวมไปถึงควรพิจารณาละเว้นการจำหน่ายกัญชาให้หญิงมีครรภ์เพราะสารเสพติดอาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกในท้องด้วย แม้แต่การใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาเพื่อรักษาโรค ก็ควรกำหนดกรอบการอนุญาตให้ชัดเจน เช่นต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ และห้ามเสพหรือใช้ก่อนขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร เป็นต้น​​​​​​​​​​​​​​

นอกจากนั้น การกำหนดกฎหมายและบทลงโทษทางจราจรควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับการเสพสุรา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความสิ้นเปลืองงบประมาณในการรักษาพยาบาล ดังกรณีศึกษาจากสถิติของรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกาที่รายงานว่าแต่ละครั้งที่รัฐเก็บภาษีได้ ๑ ดอลลาร์จากการขายกัญชา รัฐ ต้องใช้ ภาษีจากประชาชนในรัฐโคโลราโด ๔.๕ ดอลลาร์ในการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสรีกัญชา อาทิ ค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยจากการเสพกัญชาทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ยิ่งไปกว่านั้น ร้อยละ ๒๗ หรือเกือบ ๑ ใน ๓ ของชาวโคโลราโดที่เสพกัญชายอมรับว่าเสพแล้วขับรถในขณะที่กำลังมีอาการเคลิบเคลิ้มทุกวัน สำหรับการโฆษณาผลิตภัณฑ์กัญชาในสื่อต่าง ๆ ก็ควรกำหนดกฎเกณฑ์เดียวกับสินค้าบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเช่นกัน โดยควรคำนึงถึงเงื่อนไขการอนุญาตใช้กัญชาให้สอดคล้องกับข้อตกลงกับองค์กรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ International Narcotic Control Board (INCB)  และข้อกำหนดเกี่ยวกับสารเสพติดของสหพันธ์กีฬาต่าง ๆ ตลอดจนแนวทางป้องกันปัญหากัญชาล้นทะลักระหว่างประเทศภายหลังการเปิดกัญชาเสรี

แน่นอนว่าการ “ปลดล็อค” กัญชาในประเทศไทยย่อมส่งผลกระทบมากมายหลายด้าน เราจึงควรใช้กัญชาอย่างมีสติ ให้ความรู้แก่ลูกหลานและผู้อื่น กระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและการรู้จักใช้กัญชาอย่างเหมาะสม


อ้างอิง

https://nida.nih.gov/publications/drugfacts/cannabis-marijuana

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6690273/

https://www.thecoverage.info/news/content/3590

https://www.webmd.com/a-to-z-guides/medical-marijuana-faq

https://centennial.ccu.edu/policy-briefs/marijuana-costs/