ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔-๖๕ พบผู้ป่วยไข้มาลาเรียสายพันธุ์โนวไซในประเทศไทยแล้วกว่า ๗๐ ราย โดยจังหวัดที่พบผู้ป่วยสูงสุด ๓ อันดับแรกได้แก่ ระนอง สงขลาและตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ติดป่าชายเลน และมีฝูงลิงแสมค่อนข้างมากและผู้ป่วยเป็นผู้ที่อยู่ในแนวป่าหรือเข้าไปทำงานในป่า การศึกษาพบว่าไข้มาลาเรียสายพันธุ์โนวไซมีความเชื่อมโยงกับการตัดไม้ทำลายป่า ผู้ป่วยมักอาศัยหรือทำกินในเขตที่มีการตัดไม้ทำลายป่าในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา

ไข้มาลาเรียที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัว พลาสโมเดียม โนวไซ (Plasmodium knowlesi) สามารถแบ่งตัวในร่างกายคนได้เร็วกว่าเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์อื่น ๆ ไม่ได้เกิดจากการรับเชื้อจากลิงโดยตรงแต่ที่ติดต่อจากลิงสู่คนโดยมียุงก้นปล่องที่ไปกัดลิงที่มีเชื้อเป็นพาหะ ผู้ติดเชื้อไข้มาลาเรียสายพันธุ์โนวไซจะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หนาวสั่นและเหงื่อออกมาก หากได้รับการรักษาช้าอาจถึงแก่ชีวิต ถ้าผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจหาเชื้อโดยด่วน อาการของสายพันธุ์โนวไซไม่แตกต่างจากไข้มาลาเรียสายพันธุ์อื่น ๆ และยังคล้ายกับโรคอื่น ๆ ที่พบบ่อยในประเทศไทยอีกหลายโรค เช่นไข้เลือดออกและไข้รากสาดใหญ่ แต่ต้องใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนั้นการวินิจฉัยไข้มาลาเรียจะต้องตรวจหาเชื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์ และยืนยันสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี PCR หรือ Real-time PCR เนื่องจากรูปร่างของสายพันธุ์โนวไซมีความใกล้เคียงกับสายพันธุ์มาลาริอี ทำให้อาจวินิจฉัยผิดได้
การศึกษาของดร. แอเนตา อะเฟลต์ (Aneta Afelt) นักภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอร์ซอว์ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ระบุว่าช่วง ๔๐ ปีที่ผ่านมา มีโรคติดเชื้อรุนแรงทยอยเกิดในทวีปเอเชียที่มีอัตราการตัดไม้ทำลายป่าสูง โดยเฉพาะเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีพื้นที่ป่าเหลืออยู่เพียงร้อยละ ๖๕ เท่านั้น การตัดไม้ทำลายป่าไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมแต่ยังสร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อระบบสาธารณสุขของโลก เพราะป่าไม้ทำหน้าที่เสมือนเกราะกำบังที่ป้องกันมนุษย์จากเชื้อโรคต่าง ๆ การบุกรุกป่าทำให้มนุษย์เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ไม่คุ้นเคยจากสัตว์ป่ามากขึ้น ดังนั้น การรักษาผืนป่าให้ประชากรลิงแสมอยู่ในที่อยู่อาศัยของมันจะช่วยลดความเสี่ยงที่ไข้มาลาเรียสายพันธุ์โนวไซรวมไปถึงเชื้อโรคอันตรายอื่น ๆ จะแพร่กระจายสู่คนด้วย
ปัจจุบัน มีไข้มาลาเรีย ๕ สายพันธุ์ ได้แก่
๑. เชื้อมาลาเรียพลาสโมเดียมฟัลชิปารัม (P.falciparum) หรือ พีเอฟ (P.f.) เป็นเชื้อชนิดรุนแรง หากป่วยหนักจะมีอาการไข้มาลาเรียขึ้นสมองและถ้ารักษาไม่ทันอาจถึงตายได้
๒. เชื้อมาลาเรียพลาสโมเดียมไวแวกซ์ (P.vivax) หรือ พีวี (P.v.) เป็นเชื้อชนิดไม่รุนแรงแต่สามารถอยู่ในร่างกายคนได้นานหลายปี ถ้าไม่รักษาให้หายขาดจะทําให้มีอาการของโรคไข้มาลาเรียเป็นๆ หายๆ
๓. เชื้อมาลาเรียพลาสโมเดียมมาลาเรอี (P.malariae) หรือ พีเอ็ม (P.m.)
๔. เชื้อมาลาเรียพลาสโมเดียมโอวาเล (P.ovale) หรือ พีโอ (P.o.)
๕. เชื้อมาลาเรียพลาสโมเดียมโนไซ (P. knowlesi) หรือ พีเค (P.k.) เป็นเชื้อมาลาเรียที่อยู่ในลิงแสมแล้วแพร่มาสู่คน

ยุงก้นปล่อง (Anopheles) ตัวเมียคือพาหะนำโรคไข้มาลาเรียมาสู่คน โดยจะปล่อยเชื้อมาลาเรียจากต่อมน้ำลายเข้าสู่กระแสเลือดเมื่อกัดคน ยุงก้นปล่องมักอาศัยอยู่มากในท้องที่ป่าเขา สวนยางพาราและสวนผลไม้ที่ติดต่อกับท้องที่ป่าเขา แถบเชิงเขา ชายป่าที่มีการบุกเบิกทําการเกษตร ท้องที่ในภาคตะวันออก และจะวางไข่เพาะพันธุ์ตามลําห้วย ลําธารในป่าเขาหรือเชิงเขาและแหล่งน้ำขังที่มีร่มเงา
ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือทำงานในป่า นักท่องเที่ยวและผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับลิงควรระมัดระวังและป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด หากกลับออกจากป่าหรือพื้นที่อยู่อาศัยของลิง แล้วมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ หนาวสั่นและเหงื่อออกมาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อแจ้งประวัติเข้าป่าและเจาะเลือดตรวจหาเชื้อมาลาเรียและรับการรักษาทันที มิฉะนั้นอาจจะมีอาการแทรกซ้อนร้ายแรงและเสียชีวิตได้ และหากมีไข้ติดต่อเกิน ๓ วันควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมด้วย
อ้างอิง
กรมควบคุมโรค
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/22149265/