
อารมณ์ของคนเราอาจแปรปรวนได้ไม่ต่างอะไรจากสภาพอากาศ แต่คนที่มีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ แบบควบคุมไม่ได้ หรือแสดงความโกรธอย่างไม่เหมาะสม เช่นพูดจาถากถางเกรี้ยวกราด ใช้ความรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมือหรือประชดประชันด้วยการทำอะไรเสี่ยงอันตราย รวมถึงขู่ฆ่าตัวตายและประสงค์ให้กระทบคนรอบข้าง ก็อาจจัดเข้าข่ายผู้ป่วยในกลุ่มอาการ “ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง” หรือ Borderline Personality Disorder ได้
“ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง” เป็นหนึ่งในกลุ่มอาการของความผิดปกติทางบุคลิกภาพ (Personality Disorder) โดยจัดอยู่ในประเภทที่มีการแสดงออกทางอารมณ์ผิดปกติ (Dramatic-Emotional) เป็นความผิดปกติทางจิตที่ส่งผลให้ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะนี้มีกระบวนการทางความคิดและอารมณ์ความรู้สึกในเชิงลบ เช่นรู้สึกว่าคนอื่นจะเข้ามาทำร้ายตัวเอง รู้สึกว่าโดนผู้อื่นทอดทิ้งและ หวาดกลัวจนคิดฟุ้งซ่านไปเองว่าคนรักหรือคนใกล้ชิดเอาใจออกห่าง บางครั้งอาจรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไร้ตัวตนว่างเปล่า มีความเครียดวิตกกังวลหรือหวาดระแวง หุนหันพลันแล่นหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่นขับรถประมาท เล่นการพนัน มีพฤติกรรมที่รุนแรง เช่นทำร้ายตัวเองหรือใช้ความรุนแรงกับคนรอบข้าง มีแนวโน้มที่จะใช้สารเสพติดและอาจพัฒนาพฤติกรรมการกินมากผิดปกติด้วย นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังเสี่ยงต่อการมีปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ด้วย เช่นภาวะซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคไบโพลาร์ โรคสมาธิสั้นและภาวะป่วยทางจิตจากการเผชิญเหตุการณ์รุนแรง ตลอดจนโรคบุคลิกภาพผิดปกติชนิดอื่น ๆ
ปัจจุบันการแพทย์คาดว่าผู้ที่ป่วยด้วยภาวะนี้อาจมีปัญหาด้านพันธุกรรม สมองหรือมีประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กแต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้อย่างแน่ชัด การศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontier in Psychology เมื่อปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่งมีรากฐานมาจากการเติบโตในครอบครัวที่เต็มไปด้วยปัญหา อาทิ การหย่าร้าง การทะเลาะกัน การถูกทอดทิ้ง การขาดความรักและการเอาใจใส่ ตลอดจนถูกทำร้ายหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ จากการทำแบบประเมินทางจิตวิทยา แบบสอบถามประวัติชีวิต แบบทดสอบบุคลิกภาพ แบบสอบถามวัดความก้าวร้าว แบบสอบถามแผลทางใจในวัยเด็กและแบบสอบถามความเครียดเรื้อรัง รวมทั้งมีการวัดการสึกหรอของร่างกายที่เกิดจากความเครียดเรื้อรัง เช่นความดันโลหิตและดัชนีมวลกาย พบว่า การเติบโตมากับความเครียดภายในครอบครัวเพิ่มความเสี่ยงของความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง การค้นพบนี้สอดคล้องกับงานวิจัยอื่น ๆ ที่พบว่า ร้อยละ ๘๐ ของผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่งประสบปัญหาการละเลยทางอารมณ์และการล่วงละเมิดทางร่างกายหรือทางเพศในช่วงวัยเด็ก
นอกเหนือจากปูมหลังครอบครัวและวิธีการอบรมเลี้ยงดูแล้ว ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสาเหตุรองลงมาคือพันธุกรรม ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวป่วยด้วยภาวะผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่งหรือภาวะผิดปกติทางจิตแบบอื่นที่ใกล้เคียงกันจึงมีความเสี่ยงมากขึ้น นอกจากนี้ การทำงานที่ผิดปกติของสารเคมีในสมองอย่างเซโรโทนินและนอร์อิพิเนฟรินที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้อาจเป็นสาเหตุของโรคนี้ได้ เบนจามิน ออตโต หัวหน้าคณะวิจัยและนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย Ruhr ประเทศเยอรมนี ระบุว่าผู้หญิงมักจะได้รับผลกระทบจากความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่งมากกว่าผู้ชาย โดยมีอัตราส่วนประมาณสี่ต่อหนึ่ง

อาการของความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่งอาจมีความคล้ายคลึงกับโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder) ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยมากกว่าเมื่อพูดถึงผู้ป่วยที่มีอาการแปรปรวนต่างขั้วกันอย่างชัดเจน โดยผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วจะมีอาการร่าเริง คึกคักผิดปกติ ไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน ทำให้บางครั้งร่างกายไม่ค่อยได้พักผ่อนและพูดเร็วคิดเร็วขึ้นเมื่อในช่วงที่อยู่ในขั้วบวก แต่พออยู่ในช่วงขั้วลบ ผู้ป่วยจะมีอารมณ์ดิ่ง เศร้า โดดเดี่ยวหรือท้อแท้จนไม่อยากทำอะไร มีอาการนอนไม่หลับหรือนอนหลับมากเกินไป เบื่ออาหาร ร้องไห้ง่ายและอาจรู้สึกเศร้าจนคิดฆ่าตัวตายได้ในที่สุด โรคนี้จำเป็นที่ต้องรีบเข้ารับการรักษาด้วยการใช้ยาปรับสารเคมีในสมองให้กลับมาสมดุล
ความแตกต่างที่ชัดเจนของสองโรคนี้อยู่ที่สาเหตุของโรคและความรุนแรงของอาการ โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้วเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมองและมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่ผันผวนรุนแรง ส่วนโรคความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่งนั้นมีความเกี่ยวข้องกับปูมหลังชีวิตเป็นสำคัญและความแปรปรวนทางอารมณ์ไม่สุดโต่งรุนแรงเท่าโรคอารมณ์สองขั้ว สำหรับผู้ป่วยโรคความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่งนั้น แพทย์มักแนะนำให้เข้ารับการบำบัดทางจิตหรือบางรายอาจต้องรับประทานยาตามอาการที่เกิดขึ้น เช่นยารักษาภาวะซึมเศร้า ยาปรับอารมณ์ให้คงที่หรือยารักษาโรคจิตเวช เป็นต้น สำหรับผู้ป่วยที่มีแนวโน้มว่าจะทำร้ายร่างกายตนเองหรือพยายามฆ่าตัวตายควรต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อความปลอดภัย โดยเน้นการรักษาด้วยการปรับความคิดหรือพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy) หรือการบำบัดที่เน้นตรวจสอบและยอมรับความรู้สึกของตัวเอง (Dialectical Behavior Therapy)
อ้างอิง
https://www.verywellhealth.com/bpd-vs-bipolar-5096132
https://www.healthline.com/health/borderline-personality-disorder#complications