ฝีดาษลิง...จากป่าสู่เมือง

๒๕ พ.ค. ๒๕๖๕ | การดู ๙๐๑ ครั้ง

image widget

โรคฝีดาษลิง หรือ Monkeypox กำลังสร้างความตื่นตระหนกไม่น้อย เมื่อองค์การอนามัยโลกยืนยันว่าพบผู้ป่วยกว่า ๘๐ รายจาก ๑๑ ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เบลเยียม เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี สวีเดน โปรตุเกส สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย แม้ว่าโรคฝีดาษลิงนี้จะไม่ระบาดจากคนสู่คนได้ง่ายและแนวโน้มการระบาดไม่รุนแรง แต่ ศ.จิมมี่ วิตเวิร์ธ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขแห่ง London School of Hygiene and Tropical Medicine มีความเห็นว่าความชุกของการระบาดในขณะนี้เป็นเรื่องที่ “ผิดปกติ”


โรคฝีดาษลิง มีลักษณะคล้ายคลึงกับไวรัสไข้ทรพิษแต่อาการของโรครุนแรงน้อยกว่ามาก โดยจะเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายเป็นไข้หวัด ปวดศีรษะ มีไข้ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ หนาวสั่น เหนื่อยง่าย ต่อมน้ำเหลืองบวมและอาจมีผื่นตามมาภายใน ๑-๓ วัน ส่วนใหญ่เริ่มจากบริเวณใบหน้าแล้วจึงลามไปทั่วตัว ลักษณะของผื่นจะเป็นตุ่มน้ำมีหนอง โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะมีอาการที่ไม่รุนแรงและส่วนใหญ่จะฟื้นตัวได้ภายใน ๒-๔ สัปดาห์ โดยปกติโรคนี้มักพบในแถบแอฟริกาตะวันตกและตอนกลาง ที่ผ่านมาไม่ค่อยแพร่กระจายไปยังดินแดนอื่นของโลก ผู้ป่วยทุกรายที่พบในปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนโรคซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการเดินทางไปในแถบที่มีการระบาด


โรคฝีดาษลิงพบครั้งแรกในปี ๒๕๐๑ โดยปกติแล้วมี ๒ สายพันธุ์หลัก คือสายพันธุ์คองโก ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ ๑๐ และสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ ๑ มักจะแพร่มาสู่มนุษย์จากสัตว์จำพวกลิงและกระรอกโดยการสัมผัสกับเลือดสัตว์หรือถูกสัตว์เหล่านี้กัด แต่ปัจจุบัน โรคนี้มีหนูเป็นพาหะหลัก การสืบสวนโรคสำหรับผู้ป่วยในสหราชอาณาจักรพบว่าเป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในชนบทห่างไกลของทวีปแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตกบริเวณใกล้เขตป่าร้อนชื้น ซึ่งมีโอกาสสัมผัสกับสัตว์เสมอ ๆ

​​​​​​​ในสหราชอาณาจักร ก่อนหน้านี้จนถึงปัจจุบันเคยพบผู้ป่วยเพียง ๘ รายเท่านั้น แต่การสืบสวนเส้นทางการระบาดรอบโลกในปีนี้พบว่า ผู้ป่วยรายแรกที่รายงานตัวเป็นชาวอังกฤษที่เดินทางกลับมาจากประเทศไนจีเรีย ในขณะที่ผู้ป่วยชาวอเมริกันมาจากการเดินทางไปแคนาดา ส่วนผู้ป่วยชาวออสเตรเลียแสดงอาการก่อนเดินทางกลับจากลอนดอน จึงต้องมีประกาศเตือนให้ผู้โดยสารของเที่ยวบินตามเส้นทางเหล่านั้นกักตัวหากมีอาการ ศ.เบรตต์ ซัตตัน หัวหน้าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแห่งรัฐวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลียกล่าวว่า ผู้ป่วยที่ตรวจพบในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือจะติดเชื้อไวรัสที่แพร่ในแอฟริกาตะวันตกที่มีอาการรุนแรงน้อยกว่าเชื้อฝีดาษลิงชนิดอื่น แต่กระนั้นอัตราการเสียชีวิตก็ยังสูงถึงร้อยละ ๑-​​​​​​​

ถึงแม้โรคฝีดาษลิงจะเกิดจากเชื้อไวรัสแต่มีกลไกในการแพร่กระจายที่แตกต่างจากโรคโควิด-๑๙ หรือไข้หวัดใหญ่คือการระบาดระหว่างคนสู่คนพบไม่มากและไม่ขยายเป็นวงกว้าง การแพร่เชื้อจากคนสู่คนอาจเป็นผลมาจากการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ แผลที่ผิวหนังของผู้ติดเชื้อหรือสัมผัสวัตถุปนเปื้อนเชื้อและการแพร่เชื้อผ่านฝอยละอองเมื่อเผชิญหน้ากันเป็นเวลานาน ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สมาชิกในครัวเรือนและผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ห่วงโซ่การแพร่เชื้อในชุมชนที่ยาวที่สุดเพิ่งจะเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจสะท้อนถึงภูมิคุ้มกันที่ลดลงในทุกชุมชนเนื่องจากการหยุดฉีดวัคซีนไข้ทรพิษ  นอกจากนั้น การแพร่เชื้อยังสามารถเกิดขึ้นโดยผ่านจากรกของแม่สู่ลูกในครรภ์และอาจนำไปสู่โรคฝีดาษลิงแต่กำเนิดได้ รวมไปถึงเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างและหลังคลอด อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าโรคนี้สามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่ แม้ว่าการสัมผัสทางกายอย่างใกล้ชิดจะเป็นปัจจัยเสี่ยงในการแพร่เชื้อก็ตาม

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิงโดยเฉพาะ แต่การฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษสามารถป้องกันได้ประมาณร้อยละ ๘๕ ดังนั้น ผู้ที่เคย “ปลูกฝี” ป้องกันไข้ทรพิษก็จะมีภูมิต่อโรคฝีดาษลิง เด็กที่เกิดหลังปี ๒๕๒๓ ซึ่งไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนไข้ทรพิษมาก่อน อาจจะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคฝีดาษลิงมากกว่าประชากรช่วงวัยอื่น


อ้างอิง

https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/monkeypox

https://www.abc.net.au/news/2022-05-20/monkeypox-case-in-sydney-and-melbourne/101084864

https://www.abc.net.au/news/2022-05-19/monkeypox-explainer-cases-on-the-rise-in-europe/101079572

https://www.bbc.com/news/health-61506562

เครดิตภาพอาการของโรค CDC's Public Health Image Library