ซาร์โคมา มะเร็งที่หายากแต่ไม่ยากรักษา

๙ มี.ค. ๒๕๖๖ | การดู ๑๔๖๙ ครั้ง

ซาร์โคมา” หรือมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนเป็นมะเร็งชนิดที่หายากและมีอัตราการเสียชีวิตสูง ในจำนวนผู้ป่วยมะเร็ง ๑.๕ ล้านคนแต่ละปี จะมีผู้ป่วยมะเร็งซาร์โคมาเพียงหมื่นกว่าราย หรือประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยกลับสูงกว่าครึ่งหนึ่งที่ตรวจพบ อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบและรักษาในระยะเริ่มต้นก็สามารถรักษาได้เช่นกัน
​​​​​​​

image widget


มะเร็งซาร์โคเป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นและกระจายตัวในเซลล์ของเนื้อเยื่ออ่อนหรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่รองรับเนื้อเยื่อชนิดอื่นในร่างกาย ซึ่งแตกต่างกับมะเร็งทั่วไป เซลล์มะเร็งซาร์โคมาสามารถพบได้ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูกอ่อน เส้นประสาท ไขมัน และหลอดเลือดที่แขนและขา มะเร็งซาร์โคมามีมากกว่า ๕๐ ชนิด ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดมะเร็ง อาทิ กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาท เส้นเลือด และระบบทางเดินอาหาร แต่สามารถแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มหลัก ได้แก่เนื้อเยื่ออ่อน (soft tissue sarcoma) และกระดูก (osteosarcoma) ปี ๒๕๖๕ ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยมะเร็งซาร์โคมาเนื้อเยื่ออ่อน ๑๓,๑๙๐ ราย และมะเร็งกระดูกซาร์โคมาประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ ราย

ซาร์โคมาหรือมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนตรวจพบได้ยากเพราะสามารถเติบโตได้ทุกที่ในร่างกาย ส่วนใหญ่แล้วสัญญาณแรกคือจะเกิดก้อนเนื้องอกที่ไม่เจ็บปวด จนกระทั่งก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นและอาจกดทับเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว หายใจลำบากหรือทั้งสองอย่าง ผู้ป่วยซาร์โคมาประเภทเนื้อเยื่ออ่อนอาจพบตุ่มหรือก้อนแข็งตามร่างกายที่อาจจะเจ็บหรือไม่ก็ได้ หรืออาจไม่มีอาการใด ๆ แสดงเลย ส่วนผู้ป่วยมะเร็งซาร์โคมาในกระดูก อาการเริ่มแรกที่ชัดเจนคือปวดเมื่อยเป็น ๆ หาย ๆ บริเวณกระดูกที่เป็นมะเร็งและปวดมากขึ้นในเวลากลางคืน มักจะเริ่มมีอาการบวมหลังการปวดหลายสัปดาห์และมีอาการขาอ่อนแรง เป็นต้น


ในการวินิจฉัยมะเร็งซาร์โคมา แพทย์จะสั่งตรวจและทดสอบอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึง biopsy หรือการตรวจตัวอย่างเซลล์จากเนื้องอก การทำ CT scan อัลตราซาวด์ หรือ MRI ส่วนวิธีการรักษามะเร็งซาร์โคมาจะขึ้นอยู่กับประเภท ตำแหน่งและความก้าวหน้าของโรคว่าแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายหรือไม่ การผ่าตัดถือเป็นวิธีการรักษาหลัก แพทย์อาจผ่าตัดเอาเฉพาะเซลล์มะเร็งออกได้ แต่การผ่าตัดอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุม ต้องอาศัยการฉายรังสีที่ทำให้เนื้องอกหดตัวก่อนการผ่าตัดหรือฆ่าเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่หลังการผ่าตัดด้วย ในกรณีที่ผ่าตัดไม่ได้หรือมะเร็งอยู่ในระยะลุกลามอาจต้องเริ่มรักษาด้วยการฉายรังสีและการให้เคมีบำบัดก่อน นอกจากนี้ ยังมีการรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าหมายคือการใช้ยาหรือแอนติบอดีที่มนุษย์สร้างขึ้นจากระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันการเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยไม่ทำให้เซลล์ปกติเสียหาย

แม้ว่าเราจะยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเกิดโรคและอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งซาร์โคมาจะค่อนข้างสูง แต่ปัจจัยเสี่ยงที่พบก็คือการมีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งซาร์โคมา หรือป่วยด้วยโรคกระดูกพาเจทซึ่งเป็นโรคกระดูกเรื้อรังที่เร่งกระบวนการสลายกระดูก ทำให้กระดูกของผู้ป่วยเปราะบาง ผิดรูป มักพบในหมู่ผู้สูงอายุมากกว่าช่วงวัยอื่น ความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือเคยได้รับรังสีในระหว่างการรักษามะเร็งชนิดอื่นในระยะแรก ๆ

อัตราการรอดชีวิตของมะเร็งกระดูกซาร์โคมาอยู่ที่ร้อยละ ๖๐-๗๕ หากมะเร็งยังไม่ลุกลามจากจุดเริ่มต้น ก็มีโอกาสมากขึ้นที่จะรักษาให้หายขาด แต่หากตรวจพบในระยะแพร่กระจาย อัตรารอดชีวิตก็จะลดลงอย่างมากเช่นกัน นอกจากนั้น ยังพบว่ามะเร็งซาร์โคมาในกระดูกมักพบในเด็กและคนวัยหนุ่มสาวมากกว่าคนวัยอื่น เนื่องจากเด็กและวัยรุ่นมีสุขภาพดีและกระฉับกระเฉง อาจเล่นกีฬาแล้วมีอาการปวดและบวมที่แขนและขาเป็นประจำ และอาจเข้าใจผิดว่าเป็นอาการปวดหรือการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ดังนั้นหากบุตรหลานของท่านเจ็บปวดที่แขนหรือขาเรื้อรังและรุนแรง โดยเฉพาะในตอนกลางคืน และเป็นที่แขนหรือขาข้างเดียวมากกว่าทั้งสองข้าง จึงควรปรึกษาแพทย์ สำหรับผู้ใหญ่ที่มีอาการปวดเช่นนี้ก็ควรไปพบแพทย์ทันทีเช่นกัน
​​​​​​​
เนื่องจากอาการบ่งชี้ของมะเร็งซาร์โคมานั้นมีน้อยมาก เราจึงควรหมั่นสังเกตตัวเองอยู่เป็นประจำ และรีบปรึกษาแพทย์หากพบสิ่งผิดปกติใด ๆ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ และกำหนดการรักษาที่จะช่วยรักษาชีวิตของคุณไว้ได้

image widget