เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๔ รอบ (๔๘ พรรษา)
๓ มิถุนายน ๒๕๖๙
สมเด็จพระบรมราชินี ผู้ทรงเป็นนางแก้ว ทรงเป็นแสงสว่างเคียงข้างราชบัลลังก์
ผู้ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัย เพื่อความผาสุกของปวงชนชาวไทยมิเสื่อมคลาย
ขอน้อมถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และทรงเป็นมิ่งขวญแก่แผ่นดิน
และปวงชนชาวไทยสืบไปชั่วกาลนาน
--------------------------
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและบุคลากร ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
--------------------------
ขอเชิญประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรผ่านระบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th
ระหว่างวันที่ ๒ – ๔ มิถุนายน ๒๕๖๙
“ข้าพเจ้ามีความตั้งมั่นที่จะสนองพระเดชพระคุณ พระมหากรุณาธิคุณในการสืบสาน รักษา และต่อยอด
พระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เหมือนดังที่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดและแผ่ขยายพระบารมี
แห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี”
พระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในงานวันสตรีไทยประจำปี ๒๕๖๒
“สายธารแห่งพระบารมี สู่การพัฒนาสตรีที่ยั่งยืน”
ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี
เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๒
พระราชกรณียกิจ
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
พระราชกรณียกิจด้านการทหาร
ร่วมรำลึกและชื่นชมพระอัจฉริยภาพอันเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล ผ่าน “พระราชกรณียกิจด้านการทหาร” ในฐานะจอมทัพหญิง ผู้ทรงพระปรีชาสามารถ และทรงอุทิศพระองค์ฝึกฝนวิชาการทหารจนสำเร็จเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาปวงชน เพื่อพิทักษ์องค์ราชันย์และรักษาความปลอดภัยและความสงบสุขของราษฎรและแผ่นดิน
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลเอกพิเศษ) และทรงได้รับพระราชทานยศพลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง และพลอากาศเอกหญิง
พระองค์ทรงผ่านการศึกษาและฝึกอบรมในหลักสูตรทางทหารและหลักสูตรการบินที่สำคัญหลายหลักสูตร ทั้งในด้านยุทธวิธีภาคพื้นดิน การรบในป่า การส่งทางอากาศ และการบินพาณิชย์ระดับสากล
๑. การทรงงานทางราชการและตำแหน่งสำคัญ
- ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ทรงดำรงตำแหน่ง รักษาราชการนายทหารยุทธการ ฝ่ายยุทธการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองกิจการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ สำนักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สน.ผบ.ทสส.
- ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับกองพันทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สน.ผบ.ทสส.
ทรงดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับกองพันฝึกทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยฝึกทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สน.ผบ.ทสส.
- ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับการโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (๒)/ผู้บังคับการหน่วยฝึกทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สน.ผบ.ทสส.
ทรงดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
ทรงดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
- ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ทรงดำรงตำแหน่ง เสนาธิการหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
- ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ทรงดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอก)
- ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ทรงดำรงตำแหน่ง รองสมุหราชองครักษ์ กรมราชองครักษ์ (อัตรา พลเอกพิเศษ)
ทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ)
๒. หลักสูตรการฝึกอบรมด้านการทหาร
พระองค์ทรงศึกษาและสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรหลักของกองทัพ ดังนี้:
- หลักสูตรวิชาทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (โรงเรียนและศูนย์ฝึกหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์) | ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓
- หลักสูตรชั้นนายร้อย - ชั้นนายพัน (โรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ) | ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๔
- หลักสูตรหลักประจำ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ ๙๑ | ปีการศึกษา ๒๕๕๖
- หลักสูตรส่งทางอากาศ (โรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ) | ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๙ (มีการฝึกกระโดดร่มในเวลากลางคืน)
- หลักสูตรส่งทางอากาศนาวิกโยธิน (โรงเรียนทหารนาวิกโยธิน) | ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙
- หลักสูตร Combat Qualifying Course Jungle Warfare (หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์) | ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๙
- หลักสูตรการยิงปืนพกในระบบต่อสู้ภายใต้สภาวะกดดัน (กองบังคับการปราบปราม) | มีนาคม ๒๕๖๑
๓. การปฏิบัติหน้าที่สำคัญ
- ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองผสมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ นำการแสดงการฝึกทางทหารประกอบดนตรี “ราชวัลลภเริงระบำ” (Hop to the Bodies Slams) จำนวน ๘๙๗ นาย ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทอดพระเนตร
- นอกจากนี้ ยังเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทอดพระเนตรการแสดงราชวัลลภเริงระบำและกองทหารเกียรติยศ พร้อมพระราชทานคำชื่นชมและขวัญกำลังใจแก่กำลังพลในหลายวาระ
๔. พระปรีชาสามารถด้านการบินทรงศึกษาและสำเร็จหลักสูตรการบินจากทั้งภาคพลเรือนและกองทัพ ทรงมีใบอนุญาตทำการบินระดับสากล ดังนี้
- ทรงสำเร็จการฝึกและศึกษาตามหลักสูตรการบินของหน่วยฝึกการบินพลเรือนกองทัพอากาศ เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ทรงทำการบินกับเครื่องบิน แบบ Cessna T 41
- ทรงสำเร็จการฝึกและศึกษาตามหลักสูตรศิษย์การบินทหารบกอากาศยานปีกติดลำตัว
ชั้นมัธยม ของโรงเรียนการบินทหารบก เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ทรงทำการบินกับเครื่องบิน แบบ Cessna T 41
- ทรงสำเร็จการฝึกและศึกษาตามหลักสูตรการบินของโรงเรียนการบิน กองทัพอากาศ เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ทรงทำการบินกับเครื่องบิน แบบ CT-4E และ PC-9
- เสด็จ ฯ ไปทรงฝึกและศึกษาการบินเพิ่มเติม ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ทรงผ่านการทดสอบและได้รับใบอนุญาตนักบินของสหภาพยุโรป ออกใบอนุญาตโดย สำนักงานการบินพลเรือน แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ดังนี้ ใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคล PPL (A) ทรงทำการบินกับเครื่องบินแบบ Cessna 172, Mooney M-20, Piper PA-34 Seneca ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี CPL (A) โดยมี Type Rating ของเครื่องบินแบบ Boeing 737 300-900 และใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก (ATPL-Theory)
- ทรงได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
- ปัจจุบันทรงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วย ทำการบินกับเครื่องบินพระราชพาหนะ Boeing 737-400 และ Boeing 737-800
พระราชกรณียกิจด้านการทูต
ร่วมรำลึกและชื่นชมพระอัจฉริยภาพอันเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล ผ่าน “พระราชกรณียกิจด้านการทูต” ที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านภาษาต่างประเทศ ตลอดจนการวางพระองค์ได้อย่างสง่างาม งามสมบรมราชินี ในการออกรับและปรากฏพระองค์ ต่อสาธารณชนจนเป็นที่ประจักษ์ ทรงสร้างความประทับใจ สร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น พร้อมทั้งสร้างชื่อเสียงเกียรติภูมิให้แก่ประเทศไทยในเวทีโลก
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเปี่ยมด้วยภูมิรู้และทักษะด้านภาษาที่โดดเด่น ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทรงนำมาต่อยอดในการสื่อสารและการเข้าใจบริบทสังคมโลกอย่างลึกซึ้ง พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถในการสื่อสารได้หลายภาษา อาทิ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาฝรั่งเศส อันสะท้อนถึงพระราชวิริยอุตสาหะในการทรงศึกษาเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง
พระอัจฉริยภาพด้านภาษาคือเครื่องมือสำคัญในการทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ และการทรงต้อนรับประมุข ผู้นำประเทศ ตลอดจนคณะทูตานุทูตที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท โดยทรงสื่อสารได้อย่างเหมาะสม ฉะฉาน และสง่างาม เป็นที่ประจักษ์และสร้างความประทับใจอันลึกซึ้งแก่ผู้เข้าเฝ้าฯ ทุกหมู่เหล่า
ในเวทีระดับนานาชาติ พระองค์ทรงใช้ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการทรงกล่าวสุนทรพจน์และมีพระราชดำรัสในเวทีการประชุมต่าง ๆ ได้อย่างทรงพลัง ทรงเป็นแบบอย่างอันล้ำค่าของ "ทูตทางภาษาและวัฒนธรรมไทย" ที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีงามของประเทศ และทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาเห็นความสำคัญของการพัฒนาทักษะการสื่อสารเพื่อสร้างโอกาสในระดับสากล
พระราชกรณียกิจด้านการกีฬา
ร่วมรำลึกและชื่นชมพระอัจฉริยภาพอันเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล ผ่าน “พระราชกรณียกิจด้านการกีฬา” ที่ทรงใช้ความมุ่งมั่น พระวิริยะอุตสาหะ และระเบียบวินัย เป็นแบบอย่างในการสร้างแรงบันดาลใจแก่พสกนิกร และการพัฒนาวงการกีฬาชาติให้ก้าวไกล
พระอัจฉริยภาพทางน้ำ สู่ “เหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ ๓๓”
ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ ๓๓ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทรงสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่แก่วงการกีฬาไทย โดยทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเรือใบ ประเภทเรือคีลโบ๊ท เอสเอสแอล ๔๗ (Keelboat SSL47) ณ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในนามนักกีฬาทีมชาติไทย ทรงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนักกลยุทธ์และเนวิเกเตอร์ (Navigator) บังคับหางเสือและวางแผนทิศทางลมด้วยพระปรีชาสามารถ นำทัพนักกีฬาเรือใบไทยคว้า “เหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์” ได้สำเร็จเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๘ ทั้งยังทรงพระดำเนินนำขบวนนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าสู่สนามในพิธีเปิดการแข่งขันอย่างสง่างาม เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๘ ณ ราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย
ทูตส่งเสริมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งสตรีคนแรกของโลก
สหพันธ์กีฬาฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ (IIHF) ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญพระองค์ให้ทรงรับตำแหน่ง "ทูตส่งเสริมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งประเภทหญิง" (Women’s Global Ambassador) ทรงเป็นสตรีคนแรกของโลกที่ได้รับเกียรตินี้ โดยในการแข่งขันนัดกระชับมิตร ไทย-จีน ทรงลงแข่งขันในชุดกีฬาหมายเลข "HMQ" และทรงทำคะแนนแรกให้กับทีม แสดงให้เห็นถึงทักษะและความมุ่งมั่นอันสูงยิ่ง
พระวิริยะอุตสาหะในกีฬากรีฑาและจักรยาน
ด้านกรีฑา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับสากล รายการ “Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025” ในระยะฮาล์ฟมาราธอน ๒๑.๑ กิโลเมตร โดยทรงเข้าเส้นชัยด้วยเวลา ๒ ชั่วโมง ๑๓ นาที ๔๐ วินาที เคียงข้าง เอเลียด คิปโชเก้ นักวิ่งระดับโลก
ด้านจักรยาน เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสนามจักรยาน “สราญจิตมงคลสุข” ณ บึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร ทรงจักรยานร่วมกับพสกนิกรเป็นระยะทาง ๑๐.๒๘ กิโลเมตร รวมถึงทรงจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX) ผ่านอุปสรรคลูกระนาด ซึ่งต้องใช้ทักษะการทรงตัวขั้นสูง
สายธารแห่งพระเมตตาเพื่อสุขภาวะของคนและสัตว์
ทรงบูรณาการการกีฬาร่วมกับงานสาธารณกุศล ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๙ ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทรงร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง ในโครงการ “รัน ฟอร์ วีลส์ ครั้งที่ ๕” (Run for Wheels #5) เพื่อระดมทุนจัดทำวีลแชร์ให้แก่สัตว์พิการยากไร้และจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์
การเสด็จพระราชดำเนินเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาต่าง ๆ จึงสะท้อนถึงพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ในการใช้กีฬาเป็นสื่อกลางสร้างประโยชน์แก่สังคม ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชน และพัฒนาศักยภาพวงการกีฬาของชาติให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
พระราชกรณียกิจด้านการศาสนา
ร่วมรำลึกและชื่นชมพระจริยวัตรอันงดงามและพระปรีชาสามารถ ผ่าน “พระราชกรณียกิจด้านการศาสนา” ที่ทรงดำรงพระองค์เป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นองค์อุปถัมภิกาแก่นานาศาสนา ทรงนอบน้อมต่อพระรัตนตรัยด้วยพระราชศรัทธาอันมั่นคง ตลอดจนการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และยังประโยชน์สุขทางจิตวิญญาณมาสู่พสกนิกรชาวไทยอย่างอเนกอนันต์
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงตั้งมั่นในพระรัตนตรัยและทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในบวรพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง พระราชกรณียกิจอันเกี่ยวเนื่องด้วยศาสนพิธีและสาธารณกุศลล้วนสะท้อนถึงพระราชศรัทธาอันแก่กล้า โดยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสำคัญนานัปการ
ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา อาทิ วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันมาฆบูชา วันเข้าพรรษา เป็นต้น ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นประจำทุกปี ตลอดจนการส่งเสริมการเจริญพระพุทธมนต์และจิตตภาวนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานความช่วยเหลือและพระราชทานกัปปิยภัณฑ์เพื่อปฏิสังขรณ์ทำนุบำรุงพระอารามหลวง ตลอดจนเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมเยียนและพระราชทานสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคแก่พระภิกษุสงฆ์และพสกนิกรในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจแก่พุทธบริษัทในการสืบทอดพระศาสนา
ทรงสืบสาน ต่อยอด และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตามโบราณราชประเพณี โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปทรงถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ พระอารามหลวง เพื่อเป็นแกนนำในการสืบทอดและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาติให้คงอยู่สืบไป
ด้วยพระราชกรณียกิจและพระจริยวัตรอันเปี่ยมด้วยพระราชศรัทธานี้ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นแบบอย่างอันล้ำค่าในการรักษาศีลธรรมอันดีงาม นำพาความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน
พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์สาธารณสุข
ร่วมรำลึกและชื่นชมพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณ ผ่าน “พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และการสาธารณสุข” ที่ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยในการดูแลสุขภาวะของประชาชน ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเมตตาและพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทยให้มีชีวิตความเป็นอยู่ สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบสาธารณสุขและการแพทย์ของประเทศ โดยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยในความทุกข์สุขของราษฎรทุกหมู่เหล่า
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งและออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน เพื่อให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ทันตกรรม และการสาธารณสุขแก่ราษฎรในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดาร ตลอดจนพระราชทานเวชภัณฑ์และยาชุดพระราชทาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ด้วยทรงตระหนักว่าสุขภาวะที่ดีคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิต จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนและพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ประสบภัยพิบัติเพื่อบำรุงขวัญและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที
เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องมือแพทย์ขั้นสูง อุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งของจำเป็นแก่อาคารผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ทรงรับผู้ป่วยอนาถาและผู้ป่วยยากไร้ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อช่วยชีวิตและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ครอบครัวราษฎร
ทรงห่วงใยครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัยและภัยพิบัติต่าง ๆ โดยได้ทรงร่วมบรรจุถุงพระราชทานด้วยพระองค์เอง ซึ่งภายในบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น โดยเฉพาะสิ่งของเฉพาะทางสำหรับเด็กแรกเกิดและเด็กเล็ก เพื่อพระราชทานบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้สูญเสียอย่างทันท่วงที ด้านวิชาชีพการพยาบาล ทรงให้การสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของสภาการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และขวัญกำลังใจแก่วิชาชีพพยาบาลผู้เป็นกำลังสำคัญในระบบสาธารณสุข
ด้านสุขภาวะของสัตว์ ทรงสนพระราชหฤทัยและพระราชทานความช่วยเหลือแก่ศูนย์ดูแลสัตว์พิการ สัตว์ยากไร้ และการพัฒนางานด้านสัตวแพทย์ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของสัตว์และสุขอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดีของสังคม และ สืบสาน รักษา ต่อยอด อนุรักษ์ ฟื้นฟู สร้างสมดุลคนกับช้าง ในโครงการ "พัชรสุธาคชานุรักษ์" เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่าอย่างยั่งยืน ผ่านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในชุมชนรอบผืนป่า ทรงรับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการโครงการฯ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด นับเป็นน้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาที่ทำให้ช้างไทยซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง ได้รับการปกป้องให้ยืนยง และราษฎรสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน
ด้วยพระวิริยะอุตสาหะและสายธารแห่งพระเมตตาในด้านการแพทย์และการสาธารณสุขนี้ จึงนับเป็นแสงสว่างที่นำพาความร่มเย็นและสุขภาวะอันดีมาสู่พสกนิกรชาวไทยทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน
พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ร่วมรำลึกและชื่นชมพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณ ผ่าน “พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต”ที่ทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยในการสานต่อพระราชปณิธาน เพื่อสร้างอาชีพ บำรุงสุขสุขอนามัย และสร้างความมั่นคงแก่ราษฎรอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงอุทิศพระองค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรอย่างต่อเนื่อง โดยทรงสานต่อและพัฒนาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและมูลนิธิโครงการหลวง มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากเพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง
การเสด็จพระราชดำเนินเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรไทยผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ทรงสนับสนุนงานของมูลนิธิโครงการหลวงอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำมาซึ่งความมั่นคงทางอาหารและรายได้ที่ยั่งยืนของชาวไทยภูเขา
ทรงส่งเสริมและพัฒนางานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อให้ราษฎรมีอาชีพเสริมและรายได้จุนเจือครอบครัว ผ่านการทำหัตถกรรมพื้นบ้านโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น
ในวันสตรีไทยและการจัดงานเชิดชูสตรีผู้ทรงพลัง ทรงส่งเสริมบทบาทและความสามารถของสตรีไทยในสังคม ให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง
ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานที่ปรึกษาโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด และโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างคนและผืนป่า ให้อยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล ทั้งยังทรงมีพระราชหฤทัยเมตตาต่อสัตว์พิการและยากไร้
การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสวนสุขภาพและสนามปั่นจักรยานในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนมีพื้นที่ในการออกกำลังกายและสร้างสุขภาวะที่ดีร่วมกันในชุมชน
ด้วยพระราชกรณียกิจที่ครอบคลุมในทุกด้านนี้ ทรงเป็นศูนย์รวมใจที่นำพาความเจริญรุ่งเรืองและคุณภาพชีวิตที่ดีมาสู่พสกนิกร นำพาชาติบ้านเมืองสู่ความร่มเย็นเป็นสุขอย่างยั่งยืน
พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา
ร่วมรำลึกและชื่นชมพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณผ่าน “พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา” ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ ทรงเป็นแบบอย่างแห่งพระวิริยอุตสาหะในการเรียนรู้ตลอดชีวิต และทรงมุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทย เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นในการสนับสนุนการศึกษาของชาติ โดยทรงถือว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรและการเจริญเติบโตของบ้านเมือง ดังพระราชกรณียกิจและพระปรีชาสามารถที่เป็นที่ประจักษ์ ดังนี้
ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีเลิศแก่นักเรียนและเยาวชนไทยในการแสวงหาความรู้ โดยทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิเทศศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ก่อนทรงปฏิบัติงานในสายอาชีพ และต่อมายังทรงศึกษาและสำเร็จการศึกษาหลักสูตรทางการทหารขั้นสูงอีกหลายหลักสูตร สะท้อนถึงพระราชวิริยอุตสาหะในการทุ่มเทศึกษาเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง
ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสนับสนุนและขับเคลื่อนงานของ "มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร" (ม.ท.ศ.) โดยเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่มีความประพฤติดี เรียนดี มีความจงรักภักดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์จากทั่วประเทศ เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษาขั้นสูง และเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของชาติ
ทรงส่งเสริมการเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริและภูมิปัญญาท้องถิ่น สืบสานแหล่งเรียนรู้ ทรงศึกษาและสืบสานการดำเนินงานโครงการในพระราชดำริต่าง ๆ อาทิ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ซึ่งเป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ นวัตกรรมการเกษตร และการฝึกอาชีพที่มีคุณค่าแก่ราษฎร
ทรงส่งเสริมและพัฒนางานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งถือเป็นการจัดการศึกษาและฝึกอบรมนอกระบบที่ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ เสริมสร้างทักษะฝีมือ พร้อมทั้งอนุรักษ์รักษาภูมิปัญญาทางหัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบไป
ด้วยพระราชกรณียกิจและพระวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาอันยาวไกลนี้ ทรงเป็นแรงบันดาลใจและเป็นแสงสว่างที่จุดประกายให้เยาวชนไทยตระหนักถึงคุณค่าของการศึกษาและการพัฒนาตนเองเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
พระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรม
ร่วมรำลึกและชื่นชมพระอัจฉริยภาพและพระจริยวัตรอันงดงาม ผ่าน “พระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรม” ที่ทรงน้อมนำพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่เอกลักษณ์หัตถศิลป์ไทยให้ธำรงอยู่คู่ชาติและสง่างามในสากล
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชหฤทัยตั้งมั่นในการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะงานหัตถศิลป์และผ้าทอไทย ทรงใส่พระราชหฤทัยในรายละเอียดแห่งความประณีต และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อเชิดชูอัตลักษณ์ไทยอย่างต่อเนื่อง ดังประจักษ์ในพระราชกรณียกิจล้ำค่า ดังนี้
ทรงสนพระราชหฤทัยและทรงทดลองทอผ้าไหมยกทองโบราณด้วยพระองค์เอง ร่วมกับกลุ่มทอผ้าในภูมิภาคต่าง ๆ อาทิ กลุ่มทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง (กลุ่มจันทร์โสมา) จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเรียนรู้กระบวนการและพระราชทานกำลังใจแก่ช่างฝีมือพื้นบ้าน
ทรงขับเคลื่อนและสนับสนุนงานของศูนย์ศิลปาชีพอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ราษฎรมีรายได้เสริมที่มั่นคง ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ลวดลายผ้าพื้นถิ่นไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
ทรงมีส่วนสำคัญยิ่งในการชุบชีวิตงานศิลปหัตถกรรมไทยให้กลับมามีชีวิตชีวาในสังคมร่วมสมัย อาทิ การที่ทรงนิยมใช้ “พัดด้ามจิ้วเขียนลาย” ที่ทำจากไม้และปักลวดลายผ้าอย่างวิจิตรบรรจงในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ จนเกิดเป็นกระแสนิยมที่จุดประกายให้ประชาชนหันมาสนใจและร่วมสนับสนุนผลงานหัตถกรรมไทยอย่างแพร่หลาย
ทรงเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และสืบสาน “ชุดไทยพระราชนิยม” (อาทิ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยอมรินทร์) โดยทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยและชุดประจำชาติอย่างสง่างามในงานพระราชพิธีและการออกรับบุคคลสำคัญระดับสากล สะท้อนถึงความประณีตตระการตาของช่างฝีมือไทย และเผยแพร่เกียรติภูมิทางวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก
ทรงสืบสานพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และส่งเสริมการแสดง “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดง และทรงติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมวิจิตรศิลป์ทุกแขนงที่ประกอบสร้างขึ้นเป็นโขน ตลอดจนงานศิลปาชีพด้านอื่น ๆ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ด้วยพระราชกรณียกิจอันเปี่ยมด้วยความปราณีตและพระราชศรัทธาต่อศิลปวัฒนธรรมไทย ทรงทำให้มรดกทางภูมิปัญญาของบรรพบุรุษได้รับการรักษา ต่อยอด และทรงคุณค่าอย่างยั่งยืนสืบไป
ข้อมูลอ้างอิง หน่วยราชการในพระองค์
https://www.royaloffice.th/










