Double Dot QA จากงานวิจัยสู่นวัตกรรมทางการแพทย์

๑ ก.ย. ๒๕๖๙ | การดู ๑๙ ครั้ง

image widget


Double Dot QA จากงานวิจัยสู่นวัตกรรมทางการแพทย์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้นำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีชื่อว่า “Double Dot QA” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากผลงานวิจัยของ อาจารย์ ดร.ทศพร เฟื่องรอด ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ วิจัยและพัฒนาผู้ประกอบการ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมตัวแรกที่ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ของคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน

จากโจทย์การรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยเครื่องเร่งอนุภาคหรือเครื่องฉายรังสี ที่ปล่อยพลังงานรังสีความเข้มสูงมาทำลายเซลล์มะเร็งจากภายนอก ในปัจจุบันเทคนิคการฉายรังสีสมัยใหม่นั้นมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีความจำเป็นในการใช้เครื่องมือประกันคุณภาพที่มีประสิทธิภาพสูงตาม นวัตกรรม Double Dot QA เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แนวคิดการประมวลผลภาพแทนการติดเซนเซอร์ที่หัวฉายรังสี ทำให้การวิเคราะห์มุมการฉายรังสีมีความแม่นยำและละเอียดมากขึ้น อีกทั้งตอบโจทย์การใช้งานของนักฟิสิกส์การแพทย์ในการประกันคุณภาพเครื่องเร่งอนุภาค โดยเฉพาะการตรวจสอบความแม่นยำของมุมการฉายรังสีในเทคนิคการฉายรังสีสมัยใหม่


อาจารย์ ดร.ทศพร เฟื่องรอด กล่าวว่า “นวัตกรรม Double Dot QA (ดับเบิ้ลดอทคิวเอ) เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อตรวจสอบความแม่นยำมุมการฉายรังสีรอบตัวผู้ป่วยมะเร็งของเครื่องเร่งอนุภาคในงานรังสีรักษา โดยในการฉายรังสีรักษาในผู้ป่วยมะเร็งนั้น ความแม่นยำของมุมการฉายนับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และนักฟิสิกส์การแพทย์ได้ทำการประกันคุณภาพมุมอย่างต่อเนื่อง อุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ อุปกรณ์มาตรฐานวัดความเอียง (Inclinometer) ซึ่งพบว่า ความสามารถไม่เพียงพอต่อการประกันคุณภาพมุมของเครื่องเร่งอนุภาครังสี สำหรับการฉายเทคนิคใหม่ อาทิเช่น Volumetric Modulated Arc Therapy (VMAT) นวัตกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนจาก 3 หน่วยงานหลัก คือ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศออสเตรเลียที่ร่วมสนับสนุนผลักดันผลงานวิจัย และกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่สนับสนุนทุนต่อยอดจากงานวิจัยสู่การผลิตอุปกรณ์ต้นแบบพร้อมทดสอบเพื่อให้พร้อมสำหรับการจัดจำหน่าย อุปกรณ์ดังกล่าวอาศัยแนวคิดสำคัญ คือ“การวัดมุมจากจุดสองจุดผ่านตัวรับภาพแบบเรียลไทม์” ที่มีความสามารถในการวัดมุมหัวฉายรังสีแบบต่อเนื่อง (Dynamic mode) ด้วยความละเอียดสูงสุด 0.001 องศา ทำงานด้วยความเร็ว 30 Hz (วัดมุมได้ 30 มุมต่อหนึ่งวินาที) โดยมีหลักการทำงานที่ง่ายใช้เวลาในการติดตั้งอุปกรณ์น้อยกว่า 1 นาที จากเดิมที่ใช้เวลา 20 - 30 นาทีในการติดตั้ง และมีความสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ตรวจจับปริมาณรังสี ทำให้การประกันคุณภาพมุมฉายรังสีผ่านอุปกรณ์ Double Dot QA สามารถเริ่มวัดมุมการฉายรังสีได้โดยอัตโนมัติ และสามารถเทียบกับแผนการรักษาได้โดยตรง อีกทั้งมีความแม่นยำสูงที่สุดเทียบกับสินค้าในตลาดปัจจุบัน” ทั้งนี้นวัตกรรม Double Dot QA พร้อมต่อยอดในเชิงพาณิชย์ และสร้างประโยชน์ให้กับวงการทางการแพทย์ของประเทศต่อไป

image widget

บทความอื่นๆ

Image

๒๕ ก.ย. ๒๕๖๙

รู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke)และอัลไซเมอร์พร้อมเทคโนโลยีการรักษาที่ รพ.จุฬาภรณ์

+ ดูเพิ่มเติม
Image

๒๕ ก.ย. ๒๕๖๙

อัปเกรดกระดูกและข้อให้แข็งแรง! เปิดเบื้องหลังความครบวงจรที่ "Orthopedic"

+ ดูเพิ่มเติม
Image

๑๙ ก.ย. ๒๕๖๙

๒๐ ปี ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

+ ดูเพิ่มเติม
Image

๑๘ ก.ย. ๒๕๖๙

นวัตกรรมเปลี่ยนชีวิต... กู้วิกฤต “โรคหัวใจและหลอดเลือด”

+ ดูเพิ่มเติม
Image

๒๙ ส.ค. ๒๕๖๙

“สุขภาพดีได้ด้วยการขยับ” ทำความรู้จัก “วิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ”

+ ดูเพิ่มเติม