๑๔ ส.ค. ๒๕๖๙
“Emergency Heroes” ทีมกู้ชีพฉุกเฉิน ยกระดับระบบจัดการภัยพิบัติไทยเพื่อทุกชีวิต
+ ดูเพิ่มเติม
ไขลับ “วิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ” (Health Data Science): เปลี่ยนข้อมูลการแพทย์ให้เป็นอินไซด์ ผสาน AI และวิทยากรรวมเป็นหนึ่งเดียว
ในยุคที่ข้อมูลทางการแพทย์มีปริมาณเพิ่มขึ้นทวีคูณ ทั้งจากสถิติการแพร่ระบาดของโรค ผลการตรวจทางการแพทย์ ภาพถ่าย X-ray หรือ MRI การผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการบริหารจัดการและแปลงข้อมูลเหล่านี้ให้กลายเป็นประโยชน์เชิงการแพทย์จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์อนาคตสาธารณสุขยุคดิจิทัล โดยคุณมอส มัดจุก ได้พาไปเปิดโลกและเจาะลึกเบื้องหลังหลักสูตรนี้ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.พีรุทย์ เชียรวิชัย (อาจารย์อู๋) อาจารย์ประจำหลักสูตรฯ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ น้องบลู นักศึกษาประจำหลักสูตรที่จะมาถอดรหัสว่าทำไมสาขา “ไอทีครึ่งหนึ่ง สุขภาพครึ่งหนึ่ง” นี้ ถึงกำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาดแรงงานปัจจุบัน
เมื่อ “วิทยาการคอมพิวเตอร์” โคจรมาพบกับ “วิทยาศาสตร์สุขภาพ”
หลักสูตรวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ เป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่บูรณาการศาสตร์ 2 ด้านเข้าด้วยกันอย่างลงตัว:
• ด้านสุขภาพ: เรียนรู้ระบบร่างกายมนุษย์ ข้อมูลกายวิภาค การระบาดของโรค ตลอดจนข้อมูลผู้ป่วยและการตรวจวินิจฉัยต่าง ๆ
• ด้านไอทีและเทคโนโลยี: เรียนรู้การเขียนโปรแกรม (Coding) ภาษาคอมพิวเตอร์ การบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) รวมถึงเทคนิคการวิเคราะห์เชิงลึกด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning
ยกตัวอย่างความสำคัญ: ในช่วงวิกฤตโรคระบาด ภาพกราฟิกและอินโฟกราฟิกที่แสดงจำนวนผู้ติดเชื้อ สถิติการกระจายตัว หรือแนวโน้มการระบาดให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการประมวลผลของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพที่อยู่เบื้องหลัง
ไม่ใช่แค่ "วิเคราะห์" แต่ต้อง "สื่อสาร" ให้คนอื่นเข้าใจ
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ การต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก จะทำให้กลายเป็นคนเก็บตัว (Introvert) หรือไม่? น้องบลู เล่าด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่มีเวลาให้เป็น Introvert แน่นอนค่ะ เพราะทั้งข้อมูลสุขภาพและคอมพิวเตอร์เยอะมาก” นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.พีรุทย์ ยังเน้นย้ำว่า ทักษะที่สำคัญไม่แพ้การวิเคราะห์ข้อมูล คือ “ทักษะการสื่อสาร”
"เมื่อประมวลผลข้อมูลผ่าน AI ออกมาได้แล้ว แต่ถ้าเก็บไว้คนเดียวหรือสื่อสารกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง งานนั้นก็จบแค่นั้น หลักสูตรจึงเน้นฝึกฝนให้นักศึกษาสามารถอธิบายเรื่องยาก ๆ และซับซ้อน ให้แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ หรือประชาชนทั่วไปเข้าใจและนำไปใช้งานต่อได้จริง"
คุณสมบัติผู้เรียน & โอกาสเติบโตในสายอาชีพ
หลายคนอาจกังวลว่าหากไม่มีพื้นฐานการเขียนโค้ด หรือไม่ได้เก่งชีววิทยาจะเรียนได้หรือไม่? อาจารย์อู๋ยืนยันว่า “ใครก็เรียนได้” ขอเพียงแค่:
1. ไม่เกลียดการใช้คอมพิวเตอร์ และไม่เบื่อกับการนั่งวิเคราะห์ข้อมูล
2. มีความช่างสังเกต อยากรู้อยากเห็น ค้นหาคำตอบจากชุดข้อมูล (Data-driven mindset)
โดยทางหลักสูตรเตรียมระบบ ปูพื้นฐานให้ตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่เขียนโปรแกรมไม่เป็น จนสามารถก้าวไปสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล (Data Expert) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง?
ผู้สำเร็จการศึกษาในสายวิชานี้มีตลาดงานรองรับอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ เช่น:
• บริษัทเอกชน: สายงาน Data Analyst / Data Scientist / Health Tech Specialist
• โรงพยาบาลและหน่วยงานรัฐ: กระทรวงสาธารณสุข หรือศูนย์วิจัยทางการแพทย์
• สายงานวิชาการ: นักวิจัย หรืออาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลสุขภาพ
ขับเคลื่อนการแพทย์ไทยด้วยพลังของข้อมูล
หลักสูตรวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางการศึกษาที่มุ่งสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ เข้าไปเติมเต็มและยกระดับการวินิจฉัย การรักษา ตลอดจนการบริหารจัดการระบบสาธารณสุขของประเทศให้แม่นยำ ทันสมัย และเป็นเลิศเพื่อทุกชีวิตอย่างแท้จริง
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ CRA Icons: EP11 – Health Data Science: การสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลสุขภาพเพื่ออนาคต สัมภาษณ์ รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.พีรุทย์ เชียรวิชัย อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และนักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
๑๔ ส.ค. ๒๕๖๙
“Emergency Heroes” ทีมกู้ชีพฉุกเฉิน ยกระดับระบบจัดการภัยพิบัติไทยเพื่อทุกชีวิต
+ ดูเพิ่มเติม