นวัตกรรมเปลี่ยนชีวิต... กู้วิกฤต “โรคหัวใจและหลอดเลือด” ด้วยการแพทย์แม่นยำเฉพาะบุคคล
“การพูดถึงโรคหัวใจในอดีต มักเน้นว่าเมื่อเป็นแล้วจะรักษาอย่างไร แต่สิ่งที่เราลืมมองไปคือ เราจะป้องกันไม่ให้มันเกิดได้อย่างไร... หากเราอายุ 30–35 ปีในวันนี้ แล้วไม่อยากมีโรคร้ายตอนอายุ 60–70 ปี การดูแลและป้องกันต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้”
— ดร.นพ.วิโรจน์ เมืองศิลปศาสตร์ ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
รู้หรือไม่? “โรคหัวใจและหลอดเลือด” คือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทยและคนทั่วโลก โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โรคนี้เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากถึง 1 ใน 3 ของคนทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจถือว่าสูสีระดับเดียวกับโรคมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ หรือ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
โรคเงียบสะสม... สู่ภัยเฉียบพลัน (Heart Attack)
ดร.นพ.วิโรจน์ เมืองศิลปศาสตร์ ได้อธิบายถึงธรรมชาติของโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยแบ่งลักษณะการเกิดโรคออกเป็น 2 รูปแบบหลัก:
• แบบค่อยเป็นค่อยไป (Chronic Form): มักเริ่มก่อตัวตั้งแต่ช่วงอายุ 30–35 ปี จากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม การไม่ออกกำลังกาย ภาวะน้ำหนักเกิน พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่วมกับโรคประจำตัว (เบาหวาน ไขมัน ความดันสูง) หรือพันธุกรรม หลอดเลือดจะค่อยๆ ตีบลงทีละน้อย (10%, 20%, 30%) โดยที่ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ แม้กระทั่งคนที่วิ่งมาราธอนได้ก็อาจไม่รู้ตัวว่าหลอดเลือดเริ่มตีบแล้ว
• แบบเฉียบพลัน (Heart Attack): เกิดจากรอยโรคเดิมที่อาจตีบเพียง 30–40% แต่เกิดการปริแตกของผนังหลอดเลือดด้านใน อย่างฉับพลัน ทำให้ร่างกายสร้างลิ่มเลือดมาอุดตันหลอดเลือดทั้งหมดภายในไม่กี่นาที ส่งผลให้ผู้ป่วยหมดสติ หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน และต้องได้รับการปั๊มหัวใจทันที
ป้องกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตในวัย 60+
การป้องกันเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการรับมือกับโรคหัวใจและหลอดเลือด:
• ปรับพฤติกรรมตั้งแต่วัย 30+: ควบคุมการบริโภคน้ำตาล อาหารไขมันสูง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ (การอดนอนส่งผลเสียต่อหัวใจโดยตรง)
• ตรวจเช็กสุขภาพสม่ำเสมอ: ตรวจระดับน้ำตาล ไขมัน และความดันโลหิตเป็นประจำทุกปี เพราะความผิดปกติของหลอดเลือดสะสมตัวนานหลายปีก่อนจะแสดงอาการของโรคออกมา
นวัตกรรมกู้ชีวิต: แผลเล็ก ฟื้นตัวไว ไม่ต้องเปิดหน้าอก
ปัจจุบันเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัย เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) และ MRI ช่วยให้แพทย์ค้นหารอยโรคได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้เทคนิคการรักษาพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างมาก:
• การสวนหลอดเลือดหัวใจผ่านข้อมือ: ในปัจจุบันมากกว่า 90% ของเคส สามารถทำผ่านเส้นเลือดบริเวณข้อมือหรือปลายมือ แทนการเข้าทางขาหนีบเหมือนในอดีต เนื่องจากเส้นเลือดที่ข้อมือมีขนาดเล็กกว่า ควบคุมภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายกว่า ทำให้อุปกรณ์มีขนาดเล็กลง แผลเล็ก และผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็ว
• การเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน (TAVI/TAVR): นวัตกรรมสำหรับผู้ป่วยลิ้นหัวใจตีบรุนแรง โดยการนำลิ้นหัวใจใหม่ผ่านสายสวนเข้าไปกางทับลิ้นหัวใจเดิม ช่วยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดเปิดหน้าอก จากเดิมที่ต้องพักฟื้นในห้อง ICU นาน 5–7 วัน เหลือเพียง สามารถลุกเดินและฟื้นตัวได้ในวันรุ่งขึ้น ลดระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเหลือเพียง 1–2 วัน
ทิศทางในอนาคต: การแพทย์แม่นยำเฉพาะบุคคล (Precision Medicine)
ก้าวต่อไปของศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ คือการมุ่งสู่ Precision / Personalized Medicine หรือการรักษาที่ตรงจุดเฉพาะบุคคล แพทย์จะนำข้อมูลทางพันธุกรรม (Genetic Testing) และลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละรายมาวิเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและออกแบบแนวทางการรักษา รวมถึงการเลือกใช้ยาและอุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยรายนั้นๆ โดยเฉพาะ
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ CRA Icons: EP22 – Cardio Innovation นวัตกรรมเปลี่ยนชีวิต... ยกระดับการรักษาโรคหัวใจด้วยการแพทย์แม่นยำ สัมภาษณ์ ดร.นพ.วิโรจน์ เมืองศิลปศาสตร์ ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
๑๕ ก.ย. ๒๕๖๙
การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด: นวัตกรรมพลิกฟื้นชีวิตผู้ป่วย โรคมะเร็งทางโลหิตวิทยา
+ ดูเพิ่มเติม
๑๒ ก.ย. ๒๕๖๙
เจาะลึกนวัตกรรม "เทราโนสติกส์" (Theranostics): ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ
+ ดูเพิ่มเติม
๑๒ ก.ย. ๒๕๖๙
Smart Hospital: เทคโนโลยีล้ำสมัยกับการดูแลด้วยหัวใจ เพื่อความเป็นเลิศทางการแพทย์
+ ดูเพิ่มเติม
๕ ก.ย. ๒๕๖๙
Medical Food Innovation:นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นเลิศด้านอาหาร เพื่อทุกชีวิต
+ ดูเพิ่มเติม