ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมสืบสานภูมิปัญญาผ้าไหมไทยลงพื้นที่ “ชุมชนบ้านต้อน” ชัยภูมิ เชื่อมองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่งานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
๑๑ – ๑๒ กันยายน ๒๕๖๙ : ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยฝ่ายศิลปวัฒนธรรม กีฬาและนันทนาการ ร่วมด้วยโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คณะนวัตกรรมอาหารและโภชนาการ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ (วิศวกรรมชีวการแพทย์) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และฝ่ายสื่อสารองค์กร บูรณาการความร่วมมือลงพื้นที่ชุมชนทอผ้าไหมบ้านต้อน อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๒ กันยายน ๒๕๖๙ เดินหน้า “โครงการสืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ วัฒนธรรมผ้าท้องถิ่นของไทย” เพื่อศึกษา รวบรวมและจัดเก็บองค์ความรู้ด้านผ้าไหมไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่นและอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านต้อนอย่างเป็นระบบ พร้อมบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ ต่อยอดคุณค่าสู่งานวิจัยและนวัตกรรม ผสมผสานการดำเนินงานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ภายใต้หลักการขับเคลื่อนสังคมในมิติ ESG , SDGs เพื่อการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ผ้าไหมไทย ถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาและทุนทางวัฒนธรรมที่สะท้อนทั้งองค์ความรู้ด้านศิลปหัตถกรรม วิถีชีวิต อัตลักษณ์ชุมชน และความหลากหลายทางชีวภาพที่ได้รับการสั่งสมและถ่ายทอดมาอย่างยาวนาน การอนุรักษ์ผ้าไหมไทยในปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดเพียงการผลิตหรือสร้างสรรค์ลวดลาย หากแต่ครอบคลุมถึงการศึกษาวิจัย การจัดเก็บองค์ความรู้ และการต่อยอดสู่คุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และนวัตกรรมตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในฐานะสถาบันการศึกษาด้านวิจัย นวัตกรรม และวิทยาศาสตร์ สุขภาพ มีพันธกิจด้านการสืบสานและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ศาสนา ศีลธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์เพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่สังคม เล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำผ้าไหมของชุมชนบ้านต้อน มาศึกษา วิเคราะห์ และต่อยอดเชิงวิจัยและนวัตกรรม พร้อมส่งเสริมพัฒนาเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ในอนาคต
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะทำงานจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับผู้นำชุมชน ได้ร่วมศึกษากระบวนการผลิตผ้าไหมไทยจากปราชญ์ชาวบ้าน กลุ่มผู้ผลิตและแหล่งเรียนรู้ชุมชน ตลอดจนสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อรวบรวมประวัติ ความเป็นมา ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนบ้านต้อน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ นอกจากนี้ ยังมุ่งศึกษากระบวนการผลิต โครงสร้างและคุณสมบัติของวัสดุ รวมถึงวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตผ้าไหม ตามแนวคิด Waste to Value เพื่อสำรวจศักยภาพในการนำวัสดุเหลือใช้ไปต่อยอดสู่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ภายใต้แนวทาง BCG Economy ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในอนาคต อาทิ เวชสำอาง วัสดุทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มอื่น ๆ และอีกหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการจัดทำ ฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านผ้าไหมไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ชุมชนในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดทำข้อมูลเชิงวิชาการและ ข้อกำหนดการออกแบบ (Design Requirement) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาลวดลายผ้าไหมอัตลักษณ์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในระยะต่อไป
นอกจากนี้ “โครงการสืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ วัฒนธรรมผ้าท้องถิ่นของไทย” ยังมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชุมชนต้นแบบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดชัยภูมิ เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านผ้าไหมไทย ตลอดจนจัดทำ แผนแม่บทการพัฒนาองค์ความรู้และการต่อยอดนวัตกรรมด้านผ้าไหมไทย ระยะ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๙ – ๒๕๗๓) เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานด้านการออกแบบ การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน พร้อมกันนี้ การดำเนินงานดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับแนวทาง ESG และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยให้ความสำคัญทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการศึกษาและส่งเสริมกระบวนการทอผ้าแบบดั้งเดิมและการใช้สีย้อมธรรมชาติ ด้านสังคม ผ่านการยกระดับองค์ความรู้ของชุมชนและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และด้านธรรมาภิบาล ผ่านการดำเนินงานอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการและการเคารพสิทธิในภูมิปัญญาของชุมชน
จึงกล่าวได้ว่า “โครงการสืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ วัฒนธรรมผ้าท้องถิ่นของไทย” โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นมากกว่าการอนุรักษ์ผ้าไหมไทย แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อเชื่อมโยง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ สุขภาพ และนวัตกรรม เข้าด้วยกัน สร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมส่งต่อทุนทางวัฒนธรรมของไทยสู่คนรุ่นต่อไป และขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนตามพันธกิจของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์


























