ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดย ดร.ฐากูร พานิช รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมด้วย ดร.นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข และนายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมแถลงผลการตัดสินหน่วยงานผู้ได้รับพระราชทานรางวัลศรีสวางควัฒน ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ เพื่อเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงานสาธารณสุขดีเด่นของไทยในงาน “จักรวาลแห่งน้ำพระทัยเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” กิจกรรมเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม Convention Hall ชั้น ๖ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
โครงการ “รางวัลศรีสวางควัฒน” จัดตั้งขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และสืบสานพระปณิธานในการส่งเสริมให้โรงพยาบาลทั่วประเทศพัฒนาการบริการที่มีประสิทธิภาพแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในทุกถิ่นฐาน โดยมีการสรรหาและคัดเลือกหน่วยงานบริการด้านสาธารณสุขที่ให้บริการทางการแพทย์อย่างมีมาตรฐาน มีความทุ่มเทในการพัฒนาระบบบริการประชาชนที่เป็นเลิศ อุทิศตนในการปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ อุตสาหะ และทุ่มเท โดยรางวัลดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย จัดขึ้นครั้งแรกในปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ และดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
สำหรับผลการตัดสินหน่วยงานผู้ได้รับพระราชทาน “รางวัลศรีสวางควัฒน” ประจำปี ๒๕๖๘ แบ่งตามประเภทโรงพยาบาล ดังนี้
รางวัลชนะเลิศ ประเภทโรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (ระดับ รพศ.) ได้แก่ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ขนาด ๗๕๘ เตียง ครอบคลุมครบทุกด้านการรักษา สามารถให้การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันโรคอย่างครบวงจร โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ดำเนินงานด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นศูนย์กลางการแพทย์ชั้นเลิศในดวงใจแห่งอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
รางวัลชนะเลิศ ประเภทโรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (ระดับ รพท.) ได้แก่ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เป็นโรงพยาบาลทั่วไป ขนาด ๔๑๓ เตียง โดยเป็นโรงพยาบาลที่มีการพัฒนาระบบบริการโรคหลอดเลือดสมองที่บูรณาการได้อย่างครอบคลุม นำไปสู่การสร้างผลลัพธ์การลดอัตราตายอย่างเด่นชัด สามารถลดความพิการ และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้อย่างเป็นรูปธรรม เชื่อมระบบสุขภาพเข้ากับบริบทที่ท้าทายทางศาสนาและวัฒนธรรมของพื้นที่ โดยระดมพลังเครือข่ายบริการสุขภาพ เครือข่ายชุมชน เครือข่ายผู้นำศาสนา เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายภาคีวิชาชีพให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นโรงพยาบาลคุณภาพ ชั้นนำ บริการทันสมัย เครือข่ายเข้มแข็ง ประชาชนสุขภาพดี บุคลากรมีความสุข
รางวัลชนะเลิศ ประเภทโรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (ระดับ รพช.) ได้แก่ โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา อำเภอทรายทองวัฒนา จังหวัดกำแพงเพชร เป็นโรงพยาบาลชุมชน ระดับ F2 ขนาด ๓๐ เตียง มีเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งและมีความโดดเด่น ชุมชนเล็งเห็นปัญหาร่วมกัน พร้อมร่วมดำเนินการปรับปรุง ช่วยเหลือ และพัฒนาปัจจัยด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคมโดยรวม เช่น การช่วยเหลือกลุ่มคนยากไร้ในท้องถิ่น ส่งผลให้การพัฒนาด้านเครือข่าย การมีส่วนร่วม และการเข้าถึงประชาชนในแต่ละมิติ มีผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่ชัดเจน ด้วยวิสัยทัศน์การดำเนินงานในการเป็นโรงพยาบาลมาตรฐาน บริการประทับใจ ก้าวไปคู่ชุมชน
รางวัลชนะเลิศ ประเภทโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี ได้แก่ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นหน่วยบริการที่มีการดำเนินงานทางการแพทย์สอดคล้องกันในมิติต่าง ๆ อย่างครบถ้วน พร้อมมีแนวทางการทบทวน การวิเคราะห์ปัญหา การวางแผน และการใช้ผลลัพธ์เพื่อการปรับปรุงระบบงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นสถานีอนามัยมาตรฐานสากล สร้างสังคมรอบรู้ด้านสุขภาพ ยกระดับงานอาชีวอนามัย บริการสุขภาพชุมชนอย่างมีส่วนร่วม บูรณาการงานต่อเนื่องภายใต้ภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง ระดับแนวหน้าของประเทศภายในปี ๒๕๗๐
อนึ่ง หน่วยงานที่ได้รับรางวัลเป็นหน่วยงานที่ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์โครงการฯ โดยเป็นหน่วยงานที่มีวิทยาการความรู้ด้านการรักษาโรคมะเร็ง หรือด้านอื่น ๆ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับสากล สามารถดูแลและให้การบริการประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดารได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นับเป็นการสานต่อพระปณิธานขององค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรทางการแพทย์และการสาธารณสุขไทย พร้อมทั้งช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ







